วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์

SET Index วานนี้ปรับตัวลง ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค จากความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง

หลังจากที่ทางการจีนเผยตัวเลขการนำเข้าเดือน ธ.ค. -7.6%YoY และการส่งออก -4.4%YoY สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 5%YoY และ +3%YoY ตามลำดับ นอกจากนี้ นลท.ยังรอจับตาการประกาศงบฯของกลุ่มแบงก์ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ SET Index ปิดที่ 1,582.57 จุด (-14.47 จุด) Volume 4.2 หมื่นลบ. จาก Foreign Net +1,205.22 ลบ. TFEX Net -15,333 สัญญา และ ตลาดตราสารหนี้ +405 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

-ดาวโจนส์ปิดลบหลังจีนเผยข้อมูลการค้าซบเซา หุ้นเทคโนฯร่วง

-น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.08 วิตกศก.จีนซบฉุดอุปสงค์น้ำมันชะลอตัว

-สนง.ศุลกากรจีนเผยยอดส่งออกเดือนธ.ค.ขยับขึ้น 0.2% ขณะยอดนำเข้าหดตัว 3.1%

-ยูโรสแตทเผยการผลิตภาคอุตฯยูโรโซนร่วงลง 1.7% มากกว่าคาดในเดือนพ.ย.

+/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย MTD 4.4 พันล้านบาท ค่าเงินบาท 31.91 บาท/US

**ทั่วโลกจับตาสภาอังกฤษโหวตชี้ชะตาข้อตกลง Brexit เช้าวันพุธ 03.00-04.00 น.เวลาไทย

คาดดัชนี SET วันนี้ยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกทั้งเรื่องสงครามการค้า ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และผลโหวด Brexit  รวมทั้งปัจจัยภายในด้านการเมืองที่ยังไม่แน่นอนเรื่องวันเลือกตั้ง หากดัชนีปรับลงแรงมีลุ้นรีบาวด์   คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,575-1,595 จุด

กลยุทธ์การลงทุน  

  • ขยายเวลา VOA AOT CENTEL ERW
  • EU ปลดไทยออกจากธงเหลืองด้านประมง TU CFRESH ASIAN
  • High Div : KAMART SIRI SNC ORI DIF BTSGIF SC MC AIT QH KKP TKS
  • CPALL MAKRO BJC ช็อปตรุษจีน
  • หุ้น Theme EEC play : AMATA, WHA, EASTW, ATP30, ORI
  • IAA เปิดเผยหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำ BBL BEM CPALL STEC WHA

 

หุ้นแนะนำพิเศษ

XO (ราคาปิด 11.40 ซื้อ ราคาเหมาะสม 13.00)

  • ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี62-64 เติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี(เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ 10%) อีกทั้ง มีปัจจัยบวกหลังจากที่ บริษัทฯสามารถขยายระยะเวลาล็อคต้นทุนวัตถุดิบ ได้แก่ น้ำตาล(สัดส่วน 13% ของต้นทุน) และกระเทียม(สัดส่วน 5% ของต้นทุน) ได้ถึงช่วง 1H63 และ 2H63 ตามลำดับ จากเดิมที่สามารถล็อคได้ถึงช่วง 1H62 ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 39-40% นอกจากนี้ ช่วงต้นปี62 จะทำการย้ายฐานการผลิตบางส่วนมายังโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งจะได้รับผลประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม
  • ความเห็น แนวโน้ม Q4 เราคาดว่ารายได้จะใกล้เคียง 3Q61 ขณะที่อัตรากำไรขึ้นต้นจะยังทรงตัวในระดับสูงที่ 39-40% แต่คาดว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับตัวขึ้นเนื่องจากมีการจ่ายโบนัสและค่าคอมมิชชั่น โดยเราคาดว่ากำไรจะเติบโต YoY แต่อาจอ่อนตัว QoQ อย่างไรก็ตามเรามีมุมมองในระยะยาวเนื่องจากผลประกอบการปี 62-63 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการล็อคต้นทุนวัตถุดิบไว้แล้ว

หุ้นมีข่าว   

    + TWPC เข้าซื้อสินทรัพย์"แม่สอดสตาร์ช"-"แม่สอดไบโอแก๊ส"รวมมูลค่า 548 ลบ.

    + DEMCO ETE กฟน.เร่งแผนนำสายไฟฟ้าลงดินช่วงเพลินจิต-พระราม 4 ระยะทาง 2.1 กม.พร้อมจ่อเซ็นสัญญากว่า 2 หมื่นลบ.ปีนี้

    + PTT ผนึก BIG ร่วมทุนตั้งโรงแยกอากาศใช้ความเย็นเหลือทิ้งจาก LPG ผลิตก๊าซอุตสาหกรรมแห่งแรกของไทยในเขต EEC กำลังการผลิต 450,000 ตันต่อปี มูลค่าการลงทุน 1,500 ล้านบาท คาดเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ปี 2564 เพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมและบริการการแพทย์ (ที่มาข่าวหุ้น)

    - BCPG ยอมรับโดนผลกระทบนโยบายล้างท่อโรงไฟฟ้าโซลาร์ญี่ปุ่น 1 โครงการ 27.9 MW เร่งสปีดโครงการก่อนค่าไฟวูบ หวัง COD ทันปี 63 พุ่งเป้าโซลาร์รูฟท็อปตามแผน PDP และเบนเข็มพันธมิตรประเทศอื่น มั่นใจ EBITDA ช่วง 5 ปี (62-66) โตเฉลี่ยปีละ 13-15% ด้าน SPCG แจงตลาดลุยโซลาร์ญี่ปุ่น 480 MW(ที่มาทันหุ้น)

      AUCT (ราคาปิด 5.15 บาท ซื้อ ราคาเหมาะสม 8.90 บาท)

      AUCT น่าลงทุนมองกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ดีดลูกคิดกำไรปีกุนโต 41% มาแตะที่ 196 ล้านบาท จากปีก่อนคาดทำได้ราว 165 ล้านบาท ระบุโตตามตลาดรถยนต์ แถมต้นทุนค่าใช้จ่ายคงที่ ลุ้นมาร์จิ้นแตะ 51.3%

      ความเห็น : ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อทิศทางธุรกิจของ AUCT ทั้งปัจจัยการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ และการรุกตลาดรายย่อย ซึ่งจะหนุนให้จำนวนรถปิดการประมูลเพิ่มขึ้น ประกอบกับสามารถเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้ารายย่อยได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยดัน %GPM ให้ปรับตัวเหนือกว่าระดับ 51% จากปี 60 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 45% แนะนำ “ซื้อ”

     TISCO (ราคาปิด 81 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 94.35) แจ้งกำไรปี 61 เท่ากับ 7,015 ลบ.+15%YoY มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ +9% โดยมี Loan Spread ปรับดีขึ้นเป็น 4.9% จาก 4.8% ในปี 60 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คงที่ 4.2% คชจ.หนี้สูญ -13% ปลายปี 61 มีเงินให้สินเชื่อคงค้าง 2.41 แสนลบ. -4.3%YoY จากการโอนขายสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตให้กับซิตี้แบงก์ และการตัดหนี้สูญของสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อ SME ทั้งนี้ NPL +18% ส่งผลให้ %NPL เพิ่มขึ้นเป็น 2.86% จาก 2.32% ณ ปลายปี 60