วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รมว.เกษตรฯ' เร่ง2โครงการยักษ์ ลุยปลุกข้าวโพด-สร้างถนนยางพารา

"รมว.เกษตรฯ" ไล่เช็คบิล 2 โครงการยักษ์ ดันข้าวโพดหลังนา 1 ล้านไร่ -สร้างถนนยางทุกตำบลกว่า 7 หมื่นแห่ง จี้ให้เกิดผลงานจริง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2561 นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ส่งไลน์ด่วนที่สุด ถึงผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯและปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เรื่องขอให้เร่งรัดการไปตรวจติดตามงานสำคัญในพื้นที่โดยขอให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯเรียกประชุมหรือกำชับให้ ผู้ตรวจราชการกระทรวง 12 ท่าน และผู้ตรวจราชการกรมในสังกัด กษ.ทุกกรม ได้ลงพื้นที่ไปตรวจติดตามและรับฟังสถานการณ์แก้ไขปัญหาทางการเกษตร 2 เรื่องสำคัญ 1.ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯไปพบผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทุกจังหวัดเพื่อติดตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาว่าจังหวัดสามารถเชิญชวนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการได้มากน้อยเพียงใดมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องใดหรือประเด็นใดบ้างให้แก้ไขทันทีหรือหากเกินขีดความสามารถให้รายงานกษ.ส่วนกลางทราบด้วย

2.ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯทุกท่านไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อตรวจสอบว่าเกษตรจังหวัด (กษ.จ.)และผู้อำนวยการการยางส่วนจังหวัด (ผอ.กยท.) ได้มาพบเพื่อชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำโดยให้ ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)นำยางพาราไปทำถนนทุกตำบลกว่า 7 หมื่นแห่ง และกยท.พื้นที่มีการเริ่มต้นเตรียมการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางไร่ ละ 1,800 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่แล้วหรือยัง มีปัญหาอุปสรรคในเรื่องใด ประเด็นใดบ้างให้รีบแก้ไขทันที หากเกินขีดความสามารถให่รายงานกษ.ส่วนกลางดำเนินการด้วย

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ยังเน้นย้ำปลัดกระทรวงเกษตรฯต้องวางระบบการรับรายงานผลการตรวจติดตามงานตามข้อ 1 และข้อ 2 ไว้ด้วยโดยให้รายงาน รมช.เกษตรฯและรมว.เกษตรฯทราบทุกระยะ ๆ โดยให้เริ่มรายงานทันทีที่ ผู้ตรวจฯกษ.ได้ลงพื้นที่ไปพบ ผวจ.แล้วหรือไม่ ภายในวันที่ 10 ธ.ค.61 ให้จงได้

รายงานข่าวเปิดเผยว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐในพื้นที่เป้าหมายได้แจ้งปัญหาการขับเคลื่อนได้ล่าช้า กับ รมว.เกษตรฯ ให้แก้ไขปัญหาที่ทำให้โครงการไม่ลื่นไหล​เท่าที่ควร​ แต่ที่ผ่านมาระดับ​กรมกับปลัดกระทรวง​ก็ยังแก้ไม่ได้ พร้อมกับเสนอทางออกให้จังหวัดเป้าหมายพื้นที่ปลูกข้าวโพดแทนการทำนาปรัง ​ขอให้ผู้​ว่าราชการ​จังหวัด​มาเป็น​แม่งานจะขับเคลื่อน​ได้​ดีแต่ในส่วนจังหวัด​ที่​ผู้ว่า​ราชการไม่ขับเคลื่อน​ โดยกระทรวงเกษตรฯ สหกรณ์​การเกษตร ที่เข้มแข็ง​ มีแม่งานชัดเจนก็จะขับเคลื่อนได้​ดี

อีกทั้งจังหวัด​ที่​ 5 เสือไป​ทำงานประกอบด้วย​ กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน แต่ไม่มีแม่งานนั้นขับเคลื่อน​ช้าเพราะ​หน่วยงาน​ระดับ​จังหวัด​ใหญ่​เท่ากัน​ เลยทำงาน​ยาก สำหรับจังหวัด​ในเขตชลประทาน​ซึ่ง​มีระบบน้ำดี​ แต่กลับไม่มีแม่งานที่เข้มแข็ง​ ทำให้​การขยาย​พื้นที่​ปลูก​ในเขตชลประทาน​น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) อนุมัติปล่อย​กู้ให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ยากมากเนื่องจาก​พิจารณา​ว่า​ เกษตร​กรมีหนี้อยู่เดิม​ ไม่​สนใจ​ว่า​ เป็น​งบประมาณ​ที่ครม.​อนุมัติ​พิเศษ​ อัตรา​การปล่อยกู้ต่ำ​ ขั้นตอน​ยุ่งยาก​ เกษตร​กรหลายรายถอดใจ​ถอนตัว​ ทั้งที่อยากทำเพราะ​มาตรการ​จูงใจ​ดี รวมถึงปัญหาขั้นตอน​การจัดหาปัจจัย​การผลิต​และ​การเตรียมแปลงยุ่งยาก​เนื่องจาก​ต้อง​ดำเนินการ​ผ่านสหกรณ์​ ซึ่ง​สหกรณ์​ที่เข้มแข็ง​ดำเนินการ​ได้ดี​ ส่วนสหกรณ์​ที่ไม่เข้มแข็ง​ทำให้​ล่าช้า

ขณะนี้​จำนวน​พื้นที่​เป้าหมาย13 จังหวัด มีเกษตรกรสมัครเข้าโครงการ​ 7​ แสนกว่าไร่​ เหลือ​เวลาถึงวันที่​ 15​ ม. ค. 62 ถ้าแก้จุดอ่อนเหล่านี้ได้​ คาด​ว่า​ ถึง​ 1 ล้านไร่จะเห็น​ผลสำเร็จ​เป็น​รูป​ธรรม