ตลาดการเงินยังวนเวียนกับความเคลื่อนไหวค่าเงินปอนด์อังกฤษ ขณะที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวไม่มาก ไม่มีประเด็นมาเพิ่มความผันผัวน
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.01 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงสิ้นวันทำการก่อน
ในคืนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยตามราคาน้ำมัน ขณะที่ค่าเงินปอนด์แข็งค่าจากความคาดหวังว่าอังกฤษจะสามารถรับข้อตกลงของสหภาพยุโรปได้
ล่าสุดหุ้นสหรัฐนำโดยดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.55% ขณะที่ DAX เยอรมันก็ปรับตัวขึ้น 1.45% เช่นกัน การฟื้นตัวของตลาดทุนเกิดจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น 3.2% ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ กลับมามีความหวังว่านานาประเทศอาจหาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐได้ในการประชุม G20 ท้ายสัปดาห์
อย่างไรก็ตามเงินดอลลาร์ก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมากนัก เพราะตลาดเงินยังวนเวียนกับความเคลื่อนไหวค่าเงินปอนด์อังกฤษ ล่าสุดปรับตัวขึ้นมาที่ 1.28 ดอลลาร์ต่อปอนด์หลังจากที่ฝั่งอังกฤษ แถลงว่าจะมีการลงความเห็นต่อข้อตกลงที่ได้รับจากสหภาพยุโรปในวันที่ 11 ธันวาคมนี้
สำหรับในช่วงที่เหลือ เชื่อว่าตลาดเงินจะกลับมาให้ความสนใจกับนโยบายการเงินสหรัฐมากขึ้น เพราะมีทั้งการแถลงรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งล่าสุด และคณะกรรมการหลายท่านก็มีกำหนดให้ความเห็นเรื่องเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้
เรายังคงมองว่า ที่ผ่านมานโยบายการเงินของสหรัฐเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ จึงต้องระมัดระวัง ถ้าคณะกรรมการแสดงความกังวลกับการอ่อนตัวของตลาดหุ้นในระยะสั้น หรือภาพเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว ก็จะส่งผลลบกับมุมมองนโยบายการเงินในอนาคตได้
ค่าเงินบาทมีความเคลื่อนไหวไม่มากนักในระหว่างวัน ส่วนใหญ่เป็นแรงขายของผู้ส่งออกในระดับเหนือ 33 บาทต่อดอลลาร์ จึงทำให้เงินบาททรงตัวในกรอบแคบ ประกอบกับช่วงนี้ก็ยังไม่มีประเด็นในประเทศที่น่าสนใจเข้ามาเพิ่มความผันผวน
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ 32.95-33.05 บาทต่อดอลลาร์
นักบริหารเงินธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความหวังว่า สหรัฐฯและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ในการประชุมผู้นำ G-20ในช่วงสิ้นเดือนนี้ อย่างไรก็ดี หากการเจรจาดังกล่าวล้มเหลว ผู้นำสหรัฐฯระบุว่าจะเพิ่มกำแพงภาษีในปัจจุบันจาก 10% เป็น 25% พร้อมทั้งตั้งกำแพงภาษีใหม่กับสินค้านำเข้าจากจีนที่เหลือราว 267 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังนั้นนักลงทุนและผู้ประกอบการจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว เพราะถ้าหากการเจรจาการค้าล้มเหลว และสหรัฐฯเดินหน้าทำสงครามการค้ากับจีนต่อ ตลาดจะกลับมาปิดรับความเสี่ยงและอาจเกิดแรงเทขายสินทรัพย์รวมทั้งค่าเงินเอเชียได้
สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตาตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ โดยคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับฐานหนักในช่วงเดือนที่ผ่านมา อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มมีการชะลอตัวลง และในวันเดียวกันนี้ ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ เพื่อหาแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษและแนวโน้มการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ท่ามกลางความเสี่ยงการเจรจา Brexit
นอกจากนี้ ตลาดจะรอดูท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดอย่าง Fed Clarida ว่าจะมีมุมมองการขึ้นดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปหรือไม่ หลังตลาดกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟด โดยถ้าหากมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟด รวมทั้งประธานเฟดในสัปดาห์นี้มีทีท่าไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ย หรือมองการขึ้นดอกเบี้ยลดลงในปีหน้า อาจส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยเฟดและเปิดรับความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นได้
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 32.95-33.10 บามาต่อดอลลาร์






