วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘แข็งค่า’ ที่ 32.95 บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินจับตา Brexit ระยะสั้นยังไร้ทิศทางชัดเจนและผันผวนต่อ บาทแกว่งตัวตามแนวโน้มการปิดรับความเสี่ยงตลาดทุนไทย

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.95 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจาก 32.99 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน 

ในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินไม่มีความเคลื่อนไหวมากนักเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดขอบคุณพระเจ้า ประเด็นหลักที่นักลงทุนกลับมาสนใจเป็นเรื่อง Brexit ล่าสุดทั้งฝั่งอังกฤษและยุโรปต่างแถลงว่า สามารถหาข้อตกลงเบื้องต้น ในเรื่องการเจรจาได้แล้ว ค่าเงินปอนด์จึงแข็งค่าขึ้น สวนทางกับเงินยูโรที่อ่อนตัวเมื่อเทียบกับดอลล่าร์

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้ทำให้ตลาดเปิดรับความเสี่ยง ดัชนี FTSE100 ในลอนดอน ยังคงปรับตัวลง พร้อมกับดัชนี DAX ของเยอรมันราว  0.9-1.3% เพราะความกังวลหลักไม่ใช้เรื่อง Brexit แต่เป็นปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ฉุดเศรษฐกิจโลก นักลงทุนจึงขายทำกำไรกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานที่ปรับตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์

ในระยะสั้นตลาดการเงินยังไม่มีทิศทางชัดเจน ฝั่งของเอเชียค่าเงินเยนแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน ส่วนของเงินบาทจึงเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มการปิดรับความเสี่ยงของตลาดทุนไทย สังเกตุได้จากช่วงเช้าจะแข็งค่าลงตามทิศทางของตลาดโลก แต่ระหว่างวันเมื่อตลาดหุ้นย่อตัว ค่าเงินบาทก็มักอ่อนค่าลงในช่วงนี้

มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ 32.90-33.00 บาทต่อดอลลาร์ 

นักบริหารเงินธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินดอลลาร์อ่อค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ โดยดัชนีดอลลาร์(DXY) ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 96.50จุด  หลังค่าปอนด์แข็งค่าขึ้น ท่ามกลางความหวังของตลาดว่าการเจรจาBrexit จะสามารถเดินทางได้ต่อและเหล่าผู้นำประเทศต่างๆในสหภาพยุโรปจะสามารถลงมติเห็นชอบกับร่างข้อตกลง Brexit ดังกล่าวได้ในการประชุมผู้นำEU summit ในวันอาทิตย์นี้ 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าทุกประเทศในสหภาพยุโรปจะเห็นชอบกับร่างข้อตกลงBrexit แต่ร่างข้อตกลงดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาของอังกฤษ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องยากที่เหล่านักการเมืองทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านจะยอมรับร่างข้อตกลงดังกล่าวได้ง่ายๆ  จึงมีความเสี่ยงที่ค่าเงินปอนด์จะกลับมาผันผวนและอ่อนค่าได้หนัก หากร่างข้อตกลงไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีการลงมติได้ในเดือนหน้าจนถึงเดือนมกราคม 

ในช่วงนี้ ตลาดโดยรวมยังคงไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงและยังคงมีโอกาสผันผวนต่อ เนื่องจากความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นไปได้ว่า สุดท้ายทั้งสองประเทศอาจจะไม่สามารถตกลงกันได้และอาจนำไปสู่มาตรการกำแพงภาษีที่มากขึ้น  ดังนั้น นักลงทุนและผู้ประกอบการจึงควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายสุด ถ้าหากจีนและสหรัฐฯยังคงเดินหน้าทำสงครามการค้าต่อ  

สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตาตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมรวมทั้งภาคการบริการของหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่นเป็นต้น เพื่อหาแนวโน้มการขยายตัวหรือชะลอตัวลงของภาคการผลิตที่อาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า  นอกจากนี้ดัชนีดังกล่าวยังใช้เป็นตัวชี้วัด(Leading indicator)ของแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมได้  นอกจากนี้ ตลาดจะรอดูการจับจ่ายใช้สอยในช่วงวันหยุด Thanksgiving หรือที่เรียกว่า Black Friday (ซึ่งรวมถึง Cyber Monday) เพื่อดูแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชน และแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกต่างๆ หลังหุ้นกลุ่มค้าปลีกต่างเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มผลประกอบการที่อาจแย่ลง  

มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ อยู่ที่ 32.90-33.05 บาทต่อดอลลาร์