วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TU - ซื้อ

กำไรหลักฟื้นตัวชัดเจน!

การฟื้นตัวของกำไรมีแนวโน้มต่อเนื่องจากไตรมาส 3/61 ไปยังไตรมาส 4/61 และปี 2562 จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวมากขึ้น การควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการไม่มีผลขาดทุนสุทธิของธุรกิจแซลมอนในประเทศอังกฤษตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป นอกจากนี้อัพไซด์ระยะยาวจะมาจากการเจาะตลาดในประเทศจีน และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาอย่างเต็มรูปแบบในปี 2562 เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”หนุนโดยการพลิกฟื้นของกำไรที่ชัดเจนจนถึงปี 2562

สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/61—กำไรหลักสูงกว่าคาด

TU รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/61 ที่ 1.31 ล้านบาท ลดลง 24% YoY และพลิกกลับ QoQ แบบก้าวกระโดดจากกำไรสุทธิ 10 ล้านบาทในไตรมาส 2/61 หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาสนี้ซึ่งได้แก่ 1) ค่าใช้จ่ายจากการหยุดดำเนินกิจการกองเรือ 24 ล้านบาท 2) การตั้งด้อยค่าสำหรับโรงงานแซลมอนที่อังกฤษ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ถาวรและค่าความนิยม) 420 ล้านบาท 3) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 128 ล้านบาท และ 4) กำไรที่เกิดขึ้นทางบัญชีของธุรกิจเรดล็อบสเตอร์ 58 ล้านบาท กำไรหลักในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.57 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY และ 56% QoQ กำไรหลักไตรมาสนี้ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/59 เป็นต้นมา กำไรสุทธิและกำไรหลักสูงกว่าคาด 38% และ 10% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจเรดล๊อบสเตอร์ที่สูงกว่าคาด และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด (ดูรายละเอียดได้ในหน้าที่ 4)

กำไรฟื้นตัวแข็งแกร่งต่อเนื่องไปยังไตรมาส 4/61

ถึงแม้ว่าจะเกิดสถานการณ์ขาดแคลนอุปทานปลาทูน่าครีบเหลือง แต่เราก็ยังคงไม่เห็นผลกระทบใดๆ ต่อราคาปลาทูน่าสคิปแจ็คจนถึงปัจจุบัน และคาดว่ากรอบราคาปลาทูน่าสคิปแจ็คมีแนวโน้มยืนทรงตัวในกรอบ 1,400-1,800 เหรียญต่อตัน ซึ่งถือว่าเป็นกรอบราคาต้นทุนปลาที่ง่ายต่อการปรับราคาขายกับลูกค้า ณ ปัจจุบัน เราเชื่อว่ากำไรของ TU จะยังคงอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าไตรมาสสี่จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นก็ตาม เนื่องจากการปรับราคาขายที่จะมีอยู่อย่างต่อเนื่องไปในไตรมาส 4/61 (ถึงแม้ว่าสัดส่วนของการปรับราคาขายจะไม่สูงมากเท่ากับในไตรมาส 3/61 ก็ตาม) เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2562 มีแนวโน้มสูงกว่าปี 2561 จากธุรกิจปลาทูน่าและธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นที่15% ในปี 2562 แต่เราใช้สมมติฐานอย่างอนุรักษ์นิยมสำหรับอัตรากำไรขั้นต้นที่ 14.1% ในปี 2562 เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/61 ที่ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY แต่ลดลง 21% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/61 มีแนวโน้มอยู่ที่ 14-14.5% (เทียบกับ 10.6% ในไตรมาส 4/60 และ 15.5% ในไตรมาส 3/61)

มีโอกาสสูงที่จะขายธุรกิจแซลมอนในประเทศอังกฤษให้แก่ผู้ซื้อรายอื่น

TU ไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มเติมสำหรับโรงงานแซลมอนในประเทศอังกฤษที่จะปิดตัวลงในไตรมาส 4/61 บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ซื้อหลายรายเพื่อที่จะขายโรงงานนี้ และดีลการขายโรงงานนี้มีแนวโน้มได้ข้อสรุปในเดือนพ.ย. 2561 ภายใต้สมมติฐานที่แย่ที่สุดได้แก่ ไม่สามารถหาผู้ซื้อโรงงานแซลมอนในประเทศอังกฤษได้ เราคาดว่าจะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายสำหรับการเลิกจ้างพนักงานและการปรับโครงสร้างจำนวนไม่กี่ล้านเหรียญในไตรมาส 4/61 ซึ่งเราคาดว่าน่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวมีแนวโน้มอยู่ที่ประมาณ 100-150 ล้านบาท

การฟื้นตัวของธุรกิจเรดล็อบสเตอร์ส่งสัญญาณการพลิกฟื้นกลับมาทำกำไรในระยะยาวจริงหรือ

ธุรกิจเรดล็อบสเตอร์พลิกกลับมาแสดงเป็นส่วนแบ่งกำไรหลัก 6 ล้านบาทในไตรมาส 3/61 (ที่ไม่รวมกำไรพิเศษทางบัญชีจำนวน 58 ล้านบาท) แต่เรามองว่ามันอาจจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นการส่งสัญญาณว่ากิจการได้พลิกฟื้นกลับมาทำกำไรแล้วในระยะยาว ซึ่งนั่นหมายถึงจะต้องมีกำไรเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง ถ้าเรดล็อบสเตอร์ยังคงไม่สามารถถึงจุดคุ้มทุนในบรรทัดสุดท้าย (รวมถึง EBITDA ที่ระดับ 160-170 ล้านเหรียญ) ภายใน 12 เดือนข้างหน้า เราเชื่อว่า TU อาจจะตัดสินใจดำเนินการในแง่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
กับเรดล็อบสเตอร์