SET Index วานนี้ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุน จับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีแรงเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นรายตัว หลังจากที่บริษัทจดทะเบียนเริ่มทยอยส่งงบ Q3 ส่งผลให้ SET Index ปิดที่ 1,669.33 จุด (-1.25 จุด) Volume 3.9 หมื่นลบ. จาก Foreign Net +2,165.12 ลบ. TFEX Net -5,075 สัญญาตราสารหนี้ +5,819 ลบ.
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ดาวโจนส์ปิดพุ่งก่อนที่ตลาดจะรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนคาดหวังว่า ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้จะช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการเมืองในสหรัฐ
+ครม.ให้ยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวเมื่อมาถึงในช่วงสิ้น พ.ย.61-สิ้น ม.ค.62 (จีน 25% อินเดีย 5% และไต้หวัน 2%)
+อธิบดีกรมสรรพากร พร้อมรับข้อเสนอสภาธุรกิจตลาดทุน (FETCO) ออกกองทุนใหม่แทน LTF ที่จะหมดอายุสิ้นปี 62 หวั่นกระทบเม็ดเงินลงทุนในตลาดฯ เน้นลงทุนระยะยาว รับสังคมผู้สูงอายุ(ที่มาข่าวหุ้น)
-น้ำมันดิบปิดลบจากความกังวลเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นของรัสเซีย สหรัฐ และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
-การเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานสหรัฐรายเดือนลดลงสู่ระดับ 7 ล้านตำแหน่ง
-"มาร์กิต"เผยดัชนี PMI ภาคบริการยูโรโซนร่วงสู่ 53.6 ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี
-สภาผู้ส่งออก คาดปี 62 ส่งออกขยายตัว 5% จากปีนี้คาด 8% เฝ้าจับตาสงครามการค้า
-กกร. ประเมิน GDP Q3/61 โตชะลอตามส่งออก-ท่องเที่ยว ก่อนฟื้นตัวใน Q4, คงประมาณการทั้งปี 4.4-4.8%
+/-เดโมแครตนำรีพับลิกันในการเลือกตั้งสภาผู้แทนฯ ขณะที่รีพับลิกันมีคะแนนนำในวุฒิสภา
+/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 2.73 แสนล้านบาท ค่าเงินบาท 32.90 บาท/US
*7-8 พ.ย. กำหนดประชุมธนาคารกลางสหรัฐ
คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกล้วนรอความชัดเจนของผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกซื้อสุทธิติดกัน 2 วัน ส่วนปัจจัยกดดันเป็นเรื่องแนวโน้ม fund flow ไหลออกจากกระแสคาดการณ์ FED ลดดอกเบี้ยในเดือนหน้า คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,665 -1,682 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- ครม.ยกเลิกค่าวีซ่านักท่องเที่ยว AOT CENTEL ERW
- หุ้นแนะนำประจำเดือน พ.ย. AUCT XO SPALI KKP
-Low Beta High Dividend ANAN PSH QH ASK TISCO KKP SPRC TOP TKS
-เงินบาทอ่อนค่าสู่ 32.90 หนุนกลุ่มส่งออก CPF SVI XO KCE
-หุ้น Theme EEC play : AMATA, WHA, EASTW, ATP30, ORI
หุ้นแนะนำพิเศษ
NER – (ราคา IPO 2.58 บาท ราคาเหมาะสม 4.00) **บล.โกลเบล็ก เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียมในฐานะผู้จัดจำหน่าย**
- บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปยางพาราขั้นต้นซึ่งมี 3 ผลิตภัณฑ์ได้แก่ 1) ยางแผ่นรมควัน สัดส่วน 33% ของรายได้รวม 2) ยางแท่ง สัดส่วน 20% และ 3) ยางผสม สัดส่วน 46% จัดจำหน่ายในประเทศ 60% และส่งออก 40% สำหรับรายได้รวมงวด 1H61 อยู่ที่ 3,976 ลบ. +10%YoY มีอัตรากำไรขั้นต้นราว 11% และอัตรากำไรสุทธิราว 4.2% มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 166.7 ลบ. เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิในงวด 1H60 ที่ 8 ลบ. เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น และจากราคาซื้อวัตถุดิบของบริษัทลดลงตามราคาตลาดที่ลดลง
- เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 600 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.50 บาท มูลค่ารวม 1,548 ลบ. เพื่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรเพิ่มกำลังการผลิตยางผสม ใช้เป็นเงินทุนในการก่อสร้างโรงงานใหม่สำหรับผลิตยางแท่งและยางผสม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
- ราคา IPO คิดเป็น Current PER ที่ 9.96 เท่า น้อยกว่าค่าเฉลี่ยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกัน(STA , TRUBB) ที่มีค่า PER เฉลี่ยเท่ากับ 15.05 เท่า
หุ้นมีข่าว
· JAS (ราคาปิด 5.10 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 7.88 )
รายงานกำไรสุทธิ 3Q61 อยู่ที่ 388 ลบ. –27%YoY จากการตั้งสำรองหนี้สูญของ 3BB จำนวน 60 ลบ. การตั้งสำรองประมาณการหนี้สินตามแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ จำนวน 173 ลบ. และมีการบันทึก Deferred Tax ของบริษัทจำนวน 75 ลบ. แต่ถ้านับเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 524 ลบ. ใกล้เคียงเดิมจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิในช่วง 9M61 อยู่ที่ 4,789 ลบ. +169%YoY เนื่องจากช่วงไตรมาส 2 บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุน JASIF จำนวน 3,650 ลบ.
· MTC (ราคาปิด 53.50 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 56.38) รายงานกำไรสุทธิ 3Q61 อยู่ที่ 965 ลบ. +48%YoY จากยอดปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นกว่า 40%YoY สู่ 21,363 ลบ. ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 3 มียอดสินเชื่อคงค้างสุทธิอยู่ที่ 44,778 ลบ. +26%YTD และสัดส่วน NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.24% เมื่อปี 60 สู่ 1.26% โดยกำไรสุทธิในช่วง 9M61 อยู่ที่ 2,711 ลบ.+54%YoY คิดเป็น 73% ของคาดการณ์กำไรสุทธิปี 61 ของ Bloomberg Consensus เฉลี่ย 3,731 ลบ.
· TREIT บอร์ดมีมติอนุมัติในสินทรัพย์นอกกลุ่มไทคอน โดยลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดินเนื้อที่รวมประมาณ 8 ไร่และอาคารโรงงานและสำนักงานรูปแบบพร้อมใช้ จำนวน 2 อาคาร รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 8,976 ตรม. ตั้งอยู่บนพื้นที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จากบริษัท สตาร์ ไมโครนิคส์ พรีซีชั่น จำกัด มูลค่าการลงทุน 90 ลบ.ด้วยสัญญาระยะยาว 10 ปี เสริมพอร์ตในมือหนุนกองทรัสต์โตต่อเนื่อง(ที่มา : IQ)
· DOD (ราคาปิด 13.90 ซื้อ ราคาเหมาะสม 17.50) เซ็น MOU กับ บริษัท ซีเอ็นอาร์ แฮปปี้เนส โฮม ช้อปปิ้ง จำกัด (CNR MALL) และสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ซึ่งเป็นองค์กรด้านการวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลกของจีน เป็นผู้แทนจำหน่าย เป็นผลิตภัณฑ์ด้านเสริมอาหาร-วิตามิน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย - ยาแผนโบราณ รวมถึงเครื่องสำอาง และเวชสำอาง โดยในเบื้องต้นภายในปีนี้จะนำไปจำหน่ายในล้อตแรก กว่า 10 ผลิตภัณฑ์ หรือคิดเป็นมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาทผ่าน TV shopping ช่อง CCTV เริ่ม Q4/61 (ที่มา : IQ)
ความเห็น : บริษัทมีแผนการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่น่าสนใจ คาดว่าจะใช้ต้นทุนในการจำหน่ายถูกกว่าการนำสินค้าเข้าไปขายเองโดยตรง และสินค้าจะได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้นหลังเซ็น MOU กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน คาดกำไรสุทธิปี 61 อยู่ที่ 359 ลบ เติบโต 43%YoY
· EA จับมือกลุ่ม "เจ้าสัวเจริญ" ประกาศเซ็น MOA กับ "อาคเนย์ แอดไวซ์เซอรี่" ผุดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า "EA Anywhere" ทั่วไทย ตั้งเป้าขยายครบ 1,000 แห่ง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต (ที่มา : ข่าวหุ้น)
· ATP30 (ราคาปิด 1.69 ซื้อ ราคาเหมาะสม 2.27) รายงานกำไร 3Q61 เท่ากับ 10.7 ลบ. +28%YoY +15%QoQ งวด 9M61 มีกำไรสุทธิ 30.5 ลบ. +94%YoY %NP ปรับดีขึ้นมากเป็น 9.8% จาก 6.2% ในงวด 9M60 โดยคิดเป็น 77% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 39.5 ลบ. ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองบวกต่อศักยภาพในการเติบโตของรายได้และกำไรในอนาคต









