วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘อ่อนค่า’ ที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหนุนให้ตลาดกลับมามั่นใจ บาทมีแนวโน้นแข็งค่าหากตลาดเปิดรับความเสี่ยง แต่ยังต้องระวังแนวโน้มตลาดทุนไทย

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจาก 33.12บาท ในช่วงสิ้นสัปดาห์ก่อน

ในช่วงสัปดาห์นี้ ตลาดการเงินน่าจะได้รับแรงหนุนมากขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจ มองว่าการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนในสหรัฐ เป็นแนวโน้มที่ดีได้ต่อเนื่อง เป็นบวกกับตัวเลขเศรษฐกิจทั้งฝั่งเงินเฟ้อและการขยายตัวของเศรษฐกิจ จะทำให้นักลงทุนกลับมามีความมั่นใจ 

จุดที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในวันศุกร์ซึ่งจะยังอยู่ในขาขึ้น อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์อาจยังไม่อ่อนค่ามากนัก เนื่องจากการเลือกตั้งมิดเทอมในสหรัฐกำลังใกล้เข้ามา ตลาดจึงจะยังอยู่ในโหมดระมัดระวังตัว

ทางด้านค่าเงินบาท เชื่อว่ามีโอกาสแข็งค่ากลับขึ้นมาได้ในสัปดาห์นี้ถ้าตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) จุดที่ยังต้องระวังคือแนวโน้มในตลาดทุนไทย ซึ่งถ้าสามารถหาแนวรับได้เร็ว ก็จะส่งผลให้เงินบาทหยุดอ่อนค่า กรอบเงินบาทระหว่างวัน 33.00-33.15 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในสัปดาห์ 32.80-33.30 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับสัปดาห์นี้แนะนำจับตาไปที่ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐวันจันทร์ รายงานเงินเฟ้อพื้นฐานในสหรัฐ (U.S. Core PCE) คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นไปที่ระดับ 1.97% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงบวกต่อเนื่องของการใช้จ่ายภาคเอกชน

วันอังคาร รายงานจีดีพียุโรปไตรมาสสาม คาดว่าจะขยายตัว 0.50% จากไตรมาสที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างทรงตัวใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้

วันพุธ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นคาดว่าจะ “คง” นโยบายการเงินทั้งหมด จุดที่น่าจับตาคือคาดการณ์จีดีพีญี่ปุ่นปีหน้า ซึ่งอาจถูกปรับลงไปต่ำกว่า 1.00% เนื่องจากผลกระทบของการกีดกันการค้า

วันพฤหัส คาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อเดือนตุลาคมของไทย (Thailand CPI) จะปรับตัวขึ้น 1.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีราคาน้ำมันเป็นปัจจัยบวกหลัก ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) จะคงตัวที่ระดับ 0.80%

วันศุกร์ รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในสหรัฐ (Nonfarm Payrolls) คาดว่าจะขยายตัว 2.1  แสนตำแหน่ง เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดแรงงานฟื้นตัวหลังเหตุพายุเฮอร์ริเคน การจ้างงานในระดับสูงนี้ จะส่งผลให้ตัวเลขการว่างานในสหรัฐอยู่ที่ 3.70% ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยรายสัปดาห์จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 0.10% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน