ตลาดเกิดใหม่เริ่มกลับมาแข็งค่า จับตาเงินดอลลาร์ผันผวนในสัปดาห์นี้ ฝั่งเงินบาทระยะสั้นมีโอกาสกลับมาอ่อนค่าไม่มากนัก
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.31บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดตลาดช่วงสิ้นสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 32.38บาทต่อดอลลาร์
ช่วงนี้ตลาดผันผวนมากขึ้นจากค่าเงินยูโรและเยน แต่สังเกตได้ว่ากุลเงินตลาดเกิดใหม่ (EM) เริ่มแข็งค่ากลับขึ้นมาแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งยุโรป สกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่เงินเฟ้อต่ำ (เช่นแรนซ์แอฟริกาใต้และรูเบิ้ลรัสเซีย) กลายเป็นเป้าหมายของนักเก็งกำไรทั่วโลก ขณะที่ในสัปดาห์นี้ต้องจับตาภาพรวมความผันผวนของดอลลาร์ต่อ แม้ในฝั่งตลาดเกิดใหม่จะเริ่มทีเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาบ้าง แต่ท้ายสัปดาห์จะชะลอตัวลงเพื่อรอดูตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐ
ในส่วนของเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงแข็งค่าลงจากแรงเก็งกำไรของนักลงทุนต่างประเทศที่มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้นและความผันผวนอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นระยะสั้น เรามองว่ามีโอกาสอ่อนค่ากลับขึ้นไม่มากนัก แต่ต้องระมัดระวังว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำจะทำให้นักลงทุนชะลอการเก็งกำไรเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย มองกรอบเงินบาทระหว่างวัน 32.26-32.36 บาทต่อดอลลาร์และกรอบเงินบาทในสัปดาห์ 32.05-32.55 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับในสัปดาห์นี้ต้องจับตาไปที่การรายงานตัวเลขเงินเฟ้อไทย และการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในสหรัฐ วันจันทร์ คาดว่าเงินเฟ้อของไทยจะรายงานออกมาที่ระดับ 1.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือขยายตัว 0.22% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงต่ำที่ระดับ 0.71%
ต่อเนื่องด้วย ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐคาดว่าจะยังคงรายงานที่ระดับสูง 60.3จุด ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนเพราะผลของสงครามการค้า
วันอังคาร ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะ”คง”อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.50% เพราะเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ (2.1%y/y) แม้การว่างงานอยู่ในระดับต่ำ (5.3%) และจีดีพีล่าสุดขยายตัวสูง (0.9%q/q)
วันศุกร์ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 1.75 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้การว่างานอยู่ที่ระดับ 3.8% เทียบกับช่วงที่ผ่านมา การจ้างงานเดือนนี้จะชะลอตัวลงเล็กน้อยจากผลของพายุเฮอริเคนฟลอเรนซ์ ขณะที่โดยรวมภาพรวมตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง และค่าจ้างเฉลี่ยรายสัปดาห์มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องที่ 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน
นอกจากตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ต้องจับตาแนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยในฝั่งทวีปอเมริกา จะมีการหารือต่อเนื่องเกี่ยวกับเขตเสรีการค้าระหว่างสหรัฐและแคนาดา ขณะที่ในฝั่งอังกฤษจะมีการโต้วาทีภายในพรรคการเมืองเกี่ยวกับ Brexit ซึ่งทั้งสองปัจจัย จะสร้างความผันผวนให้ตลาดมากขึ้นแน่นอน







