วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

QH - ซื้อเก็งกำไร

มั่นใจอัตรากำไรขยายตัวต่อเนื่อง เตรียมส่งมอบรายได้เติบโตเป็นลำดับถัดไป

เราคาดความสามารถในการขยายตัวของอัตรากำไรจะยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง (อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาฯ ฟื้นตัวและค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารควบคุมได้) ขณะที่เราคาดรายได้เติบโตในครึ่งหลังของปี 2561 โดยเฉพาะในไตรมาส 4/61 ทั้งนี้เรา มองถึงอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับน่าดึงดูดจากอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงหนุนจากงบการเงินที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้มูลค่าหุ้นยังไม่แพง โดย QH ซื้อขายที่ PER ปี 2561 ที่ 9.1 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2560 ทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ประเมินด้วยวิธี SOTP ที่ 3.60 บาท อ้างอิงจาก PER เป้าหมายสำหรับกลุ่มอสังหาฯ เพื่อขายที่ 9 เท่า และมูลค่าการลงทุน 1.90 บาท

อัตรากำไรแข็งแกร่งมากเกินพอที่จะกลบยอดขายที่ไม่น่าตื่นเต้นนัก

เราคาด QH จะรายงานอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขายฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีที่ 29.2% ในปี 2560 มาอยู่ที่ 32.6% ในปี 2561 เนื่องจากโครงการใหม่ที่ให้อัตรากำ ไรขั้นต้นสูงแล้วเสร็จและสต๊อกโครงการที่ให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เราคาดสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงจาก 16.7%ในปี 2560 มาอยู่ที่ 15.7% ในปี 2561 เนื่องจากประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงขึ้น เราประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมว่ารายได้อสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยทรงตัว YoY ที่ 1.6 หมื่นล้านบาทในปี 2561 ต่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหารที่ 1.75 หมื่นล้านบาท (เติบโต 11%) ดังนั้นเรายังคงคาดการณ์กำไรเติบโตปี 2561 ที่ 15% เนื่องจากอัตรากำไรที่ขยายตัวจะกลบกับรายได้ที่มีแนวโน้มไม่น่าตื่นเต้น จากงบการเงินที่แข็งแกร่ง (อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิน่าจะอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี ที่ 0.7 เท่า ณ สิ้นปี 2561) เราคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 6.6% และ 7.4% สำหรับการดำเนินงานปี 2561 และ 2562 ตามลำดับ อ้างอิงจาก
อัตราจ่าย 62%

ยอดจองซื้อมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่

มูลค่าโครงการเปิดใหม่กระโดดสูงขึ้น 57% มาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาทในปี 2561 (เป็นโครงการแนวราบทั้งหมด) โดยมูลค่าโครงการเปิดใหม่น่าจะเพิ่มขึ้นจาก 6 พันล้านบาทในครึ่งแรกของปี 2561 เป็น 6.2 พันล้านบาทในครึ่งหลังของปี 2561 (2.5 พันล้านบาทในไตรมาส 3/61 และ 3.8 พันล้านบาทในไตรมาส 4/61) โดยยอดจองซื้อรายไตรมาสทำจุดต่ำสุดของปีในไตรมาส 1/61 กอปรกับปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ ในไตรมาส 2/61 และเราคาดยอดจองซื้อครึ่งหลังของปี 2561 น่าตื่นเต้นขึ้นที่ 8 พันล้านบาท สูงขึ้น 33% YoY และ 37% QoQ ทั้งนี้หลังจากที่ยอดจองซื้อชะลอตัวในปี 2559 และ 2560 เราคาดยอดจองซื้อจะทรงตัวที่ 1.4 หมื่นล้านบาทในปี2561 (ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่คาดเติบโต 10% มาอยู่ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท เนื่องจากยอดจองซื้อคอนโดต่ำกว่าคาด) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับโครงการเปิดตัวใหม่ใหม่จะอยู่ที่ราว 35%

คาดรายได้ฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2561

รายได้ธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขายมีแนวโน้มพลิกจากหดตัว 18% YoY ในครึ่งแรกของปี 2561 เป็นเติบโต 16%YoY ในครึ่งหลังของปี 2561 หนุนโดยยอดขายโครงการแนวราบฟื้นตัวและการเริ่มโอนคอนโด Q Sukhumvit ในเดือนพ.ย. 2561 (โครงการมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท จองแล้ว 27% เราประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 38%) เราคาดกำไรไตรมาส 3/61 ขยายตัวมาก QoQ และมีโอกาสรับรู้รายได้จากการขายที่ดินบนถนนเจริญนคร (ซึ่งเราคาดมูลค่า 800 ล้านบาท และประเมินอัตรากำไรขั้นต้นดีที่ประมาณ 35%) ซึ่งจะหนุนให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/61 นั้นใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดรายไตรมาสที่ 1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 3/60 ได้ ทั้งนี้ QH จะรายงานกำไรน่าตื่นเต้นในไตรมาส 4/61

(ไตรมาสที่ดีที่สุดของปี) โดยเราคาดขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญทั้ง YoY และ QoQ ทั้งนี้เราได้นำโรงแรมใหม่มาคิดในประมาณการแล้ว ซึ่งโรงแรมตั้งอยู่ในพัทยาเหนือ โดยจะเปิดในเดือนพ.ย. 2561 (โรงแรมขนาด 550 ห้อง มูลค่าลงทุนรวม 900 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้เป็น The Trust Condo) โดยเราคำนวณว่าโรงแรมแห่งนี้ส่งผลต่อรายได้ปี 2561 ของเราเพียงเล็กน้อย แต่เพิ่มรายได้ปี 2562 ประมาณ 1%