"เอไอเอส" ปรับเป้ารายได้ปีนี้ลง เหลือ 5-7% จากเดิมคาดว่าจะโต 7-8% จากการแข่งขันที่รุนแรง พร้อมลดงบลงทุนปีนี้เหลือ 2.5 หมื่นล้านบาท จากเดิม 3.5-3.8 หมื่นล้านบาท จากการเจรจางวดชำระที่ยาวขึ้น
บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC) หรือ เอไอเอส แจ้งผลดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2561 มีรายได้รวมเท่ากับ 42,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% เทียบกับปีก่อน และ 3.2 % จากไตรมาสก่อน จากรายได้การให้บริการที่เพิ่มขึ้น ชดเชยกับรายได้การขายซิมและอุปกรณ์ที่ลดลง มีกำไรสุทธิเท่ากับ 8,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปีก่อน และคงที่เทียบกับไตรมาสก่อน
บริษัทปรับคาดการณ์การเติบโตของรายได้การให้บริการหลักทั้งปีเป็น 5-7% จากเดิม 7-8% โดยคาดว่าการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่จะยังคงเข้มข้น และอาจมี ผลกระทบจากการประมูลคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรต์ที่จะเกิดขึ้น บริษัทคงเป้าหมายในการเพิ่มฐานลูกค้าให้เป็น 800,000 รายภายในสิ้นปี โดยเน้นการหาลูกค้าที่มีคุณภาพและใช้แพ็กเกจ FMC ในการดึงดูดลูกค้าเพื่อเพิ่มรายได้ต่อครัวเรือนให้สูงขึ้น
ทั้งนี้ เอไอเอสจะยังคงปรับองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และบริหารต้นทุนการให้บริการให้เหมาะสม พร้อมทั้งมุ่งใช้จ่ายในแคมเปญการตลาดอย่างมีประสิทธิผล โดยคาดว่าอัตรากำไร EBITDA (ไม่รวมค่าเช่าเครื่องและอุปกรณ์) จะอยู่ในช่วง 45-47% ทั้งนี้ บริษัทยังคงแผนการลงทุนสำหรับการขยาย โครงข่าย 4G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเช่นเดิม แต่คาดว่างบลงทุนที่เป็นเงินสด (ไม่รวมค่าใบอนุญาต) จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 25,000 ล้านบาท จากเดิม 35,000-38,000 ล้านบาท จากการเจรจางวดการชำระเงินที่ยาวขึ้น ทั้งนี้บริษัทยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ






