วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่าที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์

ตลาดเงินมีโอกาสผันผวนมากขึ้น จากสัปดาห์ก่อน จับตาการตอบโต้การค้า

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น จาก 33.12 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปิดท้ายสัปดาห์ก่อน ขณะที่สัปดาห์นี้ สิ่งที่ต้องจับตาคือการโต้ตอบอย่างเต็มรูปแบบของสงครามการค้า และสถานการณ์ตลาดแรงงานสหรัฐ

สำหรับตลาดการเงินสัปดาห์นี้ มีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้น ช่วงต้นสัปดาห์เชื่อว่าตลาดจะจับตาไปที่ผลการเลือกตั้งในแม็กซิโก ซึ่งถ้านายโลเปซ อัลบาโด้ ชนะตามคาด จะสร้างแรงกดดันให้กับภาพรวมการค้าในฝั่งอเมริกาเหนือเนื่องจากมีแนวคิดที่จะโต้ตอบกับโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอย่างชัดเจน ขณะที่ฝั่งแคนาดาก็เริ่มสงครามการค้ากับสหรัฐตั้งแต่เดือนนี้แล้วเช่นกัน มีความเป็นไปได้ที่เงินดอลลาร์จะแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ จากแนวโน้มตลาดที่ปิดรับความเสี่ยง

ในส่วนของเงินบาทสัปดาห์นี้ยังเชื่อว่าจะเคลื่อนไหวตามภาพรวมสกุลเงินเอเชียและเงินหยวน ตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งจีนที่ไม่แข็งแกร่งและการอ่อนค่าที่รวดเร็วของเงินหยวนในช่วงที่ผ่านมาเป็นประเด็นหลักที่กดดันตลาดเงินเอเชีย

อย่างไรก็ตามเรา มองว่าความเสี่ยงที่นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์ในฝั่งเอเชียและความเสี่ยงที่เงินหยวนจะอ่อนค่าต่อ มีไม่มากเหมือนช่วงก่อนหน้าเพราะตลาดรับข่าวไปแล้ว ระยะสั้นถ้ามีข่าวดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจเอเชียบ้าง แรงขายอาจชะลอลงและเงินบาทน่าจะทรงตัวได้ในที่สุด มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.97-33.07 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 32.90-33.20 บาทต่อดอลลาร์


สำหรับมุมมองในเช้าวันจันทร์ มองเงินเฟ้อของไทยเดือนมิถุนายนจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.10% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน คิดเป็น 1.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักยังคงเป็นราคาน้ำมันที่สูงขึ้นขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ระดับ 0.70%

คืนวันจันทร์ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ (ISM Manufacturing PMI) คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นไปที่ระดับ 58.8 จุด จากแนวโน้มยอดขายสินค้าอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวทั่วสหรัฐ

วันอังคาร ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะ “คง” ดอกเบี้ยที่ระดับ 1.50% และธนาคารกลางสวีเดน (Riksbank) จะ”คง”ดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.50%

วันศุกร์ คาดว่าตัวเลขการว่างงานของสหรัฐจะอยู่ที่ระดับ 3.7% ต่ำที่สุดในรอบ 49ปี ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (US Non-farm payrolls) จะเพิ่มขึ้นอีก 200,000 ตำแหน่ง ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงจะเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนที่ผ่านมาซึ่งคิดเป็น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน