วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

DOD - ซื้อเมื่ออ่อนตัว

แนวโน้ม 2Q61 ดีต่อเนื่อง คาดกำไรสุทธิปี 61 เติบโต 77%YoY

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

  • DOD รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้บริการแบบครบวงจร : บริษัทประกอบธุรกิจเป็นผู้รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบหลักมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ โดยให้บริการครบวงจรแบบ One Stop Service ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านผลิต การคิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า การบริการจดแจ้งเลขสารบบอาหารของอย. ภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า การออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ การให้คำปรึกษาด้านการตลาดและช่องทางในการจัดจำหน่าย ตลอดจนการผลิตและการควบคุมการผลิตที่ได้คุณภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆได้ดังนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงาม(เพื่อดูแลรูปร่าง เพื่อบำรุงผิวพรรณ)มีสัดส่วนเป็น 90% ของรายได้  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร(เพื่อเพิ่มปริมาณกากใยช่วยระบบขับถ่าย เพื่อบำรุงสมอง) มีสัดส่วนเป็น 10% ของรายได้  รวมถึงบริษัทมีผลิตภัณฑ์โปรตีนไดเอทตราสินค้าของบริษัทเอง “Dai a to” (สามารถดูตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้จากภาพที่ 1) บริษัทมีจุดแข็งคือ สินค้าที่บริษัทรับจ้างผลิตจดทะเบียนกับอย.แล้วต้องผลิตที่โรงงานเดิมเท่านั้นเนื่องจากสูตรของผลิตภัณฑ์ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท
  • การย้ายโรงงานเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าหนุนกำไร 1Q61 โตก้าวกระโดด 232%YoY : รายงานกำไรสุทธิ 1Q61 ที่ 111 ลบ. เติบโต 232%YoY จากปัจจัยหนุนได้แก่ การย้ายโรงงานไปที่นิคมอุตสาหกรรมอยู่เจริญ-ท่าจีน ซึ่งมีพื้นที่ราว 7 ไร่ เพื่อให้โรงงานสามารถเพิ่มกำลังการผลิตและพื้นที่จัดเก็บสินค้า สอดคล้องกับปริมาณความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมอยู่ที่ 214 ลบ. เติบโต 122%YoY นอกจากนี้บริษัทมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ทำให้มีของเสียจากการผลิตลดลง และบริหารสต็อกวัตถุดิบได้ดีขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบต่อหน่วยลดลงมาก หนุนอัตรากำไรขั้นต้นตั้งแต่ปี 58–60 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 47% , 54% และ 60% ตามลำดับ และใน 1Q61 เพิ่มขึ้นเป็น 64% จาก 56% ใน 1Q60 อีกทั้งธุรกิจผลิตยาแผนโบราณและผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรได้รับการยกเว้นภาษีจาก BOI ตั้งแต่ 3 มิ.ย. 57 เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 8 ปี และการยกเว้นภาษีในสินค้าประเภทเวย์โปรตีนผสมสารสกัดจากพืชผักสมุนไพร ตั้งแต่ 6 ธ.ค. 59 เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 3 ปี ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิสูงถึง 52% จาก 35% ใน 1Q60
  • แผนเปิดโรงงานแห่งที่สอง ช่วยเพิ่มมาร์จิ้น หนุนการเติบโตระยะยาว : ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานสกัดวัตถุดิบแห่งที่ 1 ซึ่งใช้น้ำและแอลกอฮอล์เป็นสารสกัด เริ่มเปิดดำเนินงานตั้งแต่ ก.พ. 60 ทำให้บริษัทสามารถลดการสั่งซื้อวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของบริษัท ช่วยให้ประหยัดต้นทุนในการผลิตสินค้า หลัง IPO บริษัทมีแผนใช้เงิน ก่อสร้างโรงงานสกัดวัตถุดิบแห่งที่ 2 แบบใช้ก๊าซเป็นตัวสกัด ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นราว 85 ลบ.ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตวัตถุดิบสารสกัดเพิ่มขึ้นเป็น 800–3,500 กิโลกรัมต่อวัน จากเดิม 300-1,500 กิโลกรัมต่อวัน(โรงสกัด 1) เพื่อใช้ลดต้นทุนในธุรกิจเดิมและต้องการจำหน่ายสารสกัดในเชิงพาณิชย์ในอนาคต รวมทั้งมีแผนการสร้างห้องวิจัยระดับสากลรวมมูลค่า 15 ลบ. ใช้ในการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้สูงอายุและใช้พัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรตรีผลา ใช้เงินลงทุนในการวิจัยตลาด การผลิต การประชาสัมพันธ์สินค้า รวมทั้งสิ้นประมาณ 200 ลบ.
  • แนวโน้ม 2Q61 ดีต่อเนื่อง คาดกำไรสุทธิปี 61 เติบโต 77%YoY : ฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์จากการปราบปรามอาหารเสริมและเครื่องสำอางที่ไม่ผ่านมาตรฐานอย. ทำให้บริษัทได้รับผลบวกเนื่องจากโรงงานของบริษัทผ่านมาตรฐานการผลิตจาก GMP : Good Manufacturing Practice จาก อย. GMP codex : General Principle of Food Hygiene จากหน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ ISO22000 : Food Safety Management จากสถาบัน Intetek เป็นต้น ทำให้มีแนวโน้มที่เจ้าของแบรนด์สินค้าจะเปลี่ยนมาใช้บริการจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับโรงงานที่ได้รับมาตรฐานมากขึ้น ประกอบกับการย้ายโรงงานทำให้บริษัทสามารถรองรับคำสั่งซื้อได้เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดจะส่งผลให้รายได้ทั้งปี 61 อยู่ที่ 620 ลบ. เติบโต 60%YoY ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นราว 61% คาดกำไรสุทธิราว 251 ลบ. เติบโต 77%YoY
  • มีความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ : เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากคำสั่งซื้อของลูกค้ารายใหญ่ 5 รายแรกถึง 89% ประกอบกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารส่วนใหญ่จะมี Product Life Cycle ประมาณ 1-1.5 ปี ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทไม่สามารถเติบโตได้ต่อเนื่องตามที่คาดไว้
  • เริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ประเมินราคาเหมาะสม 12.30 บาท: คาดว่า DOD จะมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นหลังย้ายโรงงานใหม่ และได้รับประโยชน์จากการปราบปรามอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน เราประเมินราคาเหมาะสมโดยอิง Prospect PER ที่ 20 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจที่ใกล้เคียงกันในตลาดหลักทรัพย์ที่ 28.5 เท่า (เฉลี่ยจาก MEGA และ APCO) จากความกังวลเรื่องความต่อเนื่องของรายได้จากการรับจ้างผลิตสินค้า ได้ราคาเหมาะสมราว 30 บาทซึ่งมีอัพไซต์จากราคาปิดล่าสุดไม่มากนัก จึงเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”