วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

JUBILE - ซื้อ

รายงานกำไร 1Q61 +41%YoY แต่ -26%QoQ ...คงประมาณการตามเดิม

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

  • รายงานกำไร 1Q61 เติบโต YoY แต่หดตัว QoQ : รายงานกำไร 1Q61 ที่ 46.6 ล้านบาทเติบโต 41%YoY แต่หดตัว 26%QoQ โดยมีรายได้อยู่ที่ 341 ล้านบาทเติบโต 4%YoY แต่ -23%QoQ เนื่องจากไตรมาส 4 เป็นช่วง High Season และมีมาตรการช็อปช่วยชาติช่วยกระตุ้นแรงซื้อ โดยใน 1Q61 ไม่มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่ม(จำนวนสาขาล่าสุด 125 สาขา) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้น 4% จากไตรมาสก่อนหน้าสู่ 48% เนื่องจากใช้สต๊อกเพชรเก่าซึ่งมีต้นทุนต่ำ อีกทั้งมีการออกสินค้าสินค้าใหม่ 3 แบบเพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติม ด้านสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายรวมปรับตัวลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้าสู่ 29.5% ของยอดขายจากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้บริษัทมีกำไรในช่วง 1Q61 ที่ 46 ล้านบาทคิดเป็น 23% ของประมาณการทั้งปี
  • คาด 2Q61 ผลประกอบการปรับตัวขึ้นจากการจัดงาน Mid-Year Sale : ฝ่ายวิจัยคาดผลประกอบการ 2Q61 อยู่ที่ราว 55 ล้านบาทเติบโตต่อเนื่อง 24%YoY และ 19%QoQ แม้จะไม่มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มเติมแต่เราคาดว่ายอดขายต่อสาขา (SSSG) จะเพิ่มสูงขึ้น 10%YoY เนื่องจากจะมีการจัดงานใหญ่ Mid-Year Sale และได้แรงหนุนต่อเนื่องจากการออกสินค้าใหม่ The Rhythm of Nature ที่เปิดตัวปลายไตรมาส 1/61 ขณะที่แผนการขยายสาขาคาดว่าจะชัดเจนใน 2H61 โดยบริษัทมีแผนเปิดสาขาในกทม. 5 – 7 สาขา(มีสถานที่แล้ว 4 สาขา) และต่างจังหวัด 3 – 5 สาขา(มีสถานที่แล้ว 3 สาขา) นอกจากนี้ใน 3Q61 บริษัทมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่โดยมีการผสานเทคโนโลยีเข้าไปในดีไซน์ซึ่งจะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าอายุ 20-40 ปี
  • คงประมาณการกำไรปี 61 ตามเดิมที่ 204 ล้านบาท+11%YoY : ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปี 61 ที่ 204 ล้านบาทเติบโต 11%YoY โดยคาดว่าผลประกอบการใน 1Q61 จะเป็นระดับต่ำที่สุดในปีนี้ เนื่องจากไม่มีการเปิดสาขาใหม่อีกทั้งเป็น low season โดยเราคาดว่า 2H61 บริษัทจะเปิดสาขาเพิ่ม 4 สาขาและ 5 สาขาในไตรมาส 3/61 และ 4/61 ตามลำดับ จากในปัจจุบันที่มีสาขา 125 แห่ง และคาดว่ายอดขายต่อสาขา(SSSG)จะเติบโตได้ 10% ตามเป้าผู้บริหารเนื่องจากทางบริษัทใช้ Big Data เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อให้สามารถจัดโปรโมชั่นได้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งมีการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารเพิ่มเติมเพื่อมาเสริมทัพในการขยายธุรกิจ
  • คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเหมาะสม 31.65 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี P/E Ratio โดยอิง Prospective P/E ที่ 27 เท่า (+2S.D. PE Ratio ย้อนหลัง 1 ปี) เพื่อสะท้อนการเติบโตของผลประกอบการในอนาต โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรต่อหุ้นที่ 1.17 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสม 31.65 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ความเสี่ยง : การขยายสาขาล่าช้ากว่าแผน

              : การทำกิจกรรมการตลาดได้ผลต่ำกว่าคาด