วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 30 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2561

“เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงปลายสัปดาห์”

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

-  เงินบาทอ่อนค่าเข้าใกล้แนว 31.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ นักลงทุนบางส่วนทยอยขายเงินดอลลาร์ เพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกทั้งหมด และกลับมาปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ เงินดอลลาร์ ได้รับแรงหนุน หลังจากที่แถลงการณ์หลังการประชุมเฟด สะท้อนภาพแรงกดเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับเป้าหมายของเฟดในปีนี้

-  ในวันศุกร์ (4 พ.ค.) เงินบาทอ่อนค่ามาอยู่ที่ระดับ 31.74 เทียบกับ 31.59 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 เม.ย.)   

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.50-31.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยจุดสนใจของตลาดน่าจะอยู่ที่การตอบรับของตลาดต่อตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และผลการเจรจาด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อที่สะท้อนจากดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนเม.ย. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ของจีนด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย

-  ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงช่วงปลายสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,779.87 จุด ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดช่วงปลายสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ดี  มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ปรับลดลง 11.00% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 54,690.63 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 488.45 จุด เพิ่มขึ้น 0.50% จากสัปดาห์ก่อน

-  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ด้วยแรงหนุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร และแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2561 ของบริษัทในหุ้นกลุ่มพลังงาน  อย่างไรก็ดี ดัชนี SET กลับมาปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลต่อผลการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ขณะที่ กลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิหุ้นอย่างต่อเนื่อง  

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,770 และ 1,755 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,800 และ 1,810 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การตอบสนองของตลาดต่อผลการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และการทยอยประกาศผลการดำเนินงานของบจ.งวดไตรมาส 1/2561 ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อื่นๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศในแถบยุโรป และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีน