วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 เม.ย.- 4 พ.ค. 61

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุอีกครั้ง หนุนราคาทรงตัวในระดับสูง

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 65 -70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 72 -77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (30 เม.ย. – 4 พ.ค. 61 )

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบจากผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ซึ่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาการปรับลดดังกล่าวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในรอบ 5 เดือน นำโดยการปรับลดกำลังการผลิตจากประเทศเวเนซุเอลาที่เผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจและการปกครองจากรัฐบาลของ Maduro ที่บริหารการเงินของประเทศอย่างไม่เหมาะสม ส่งผลให้นักลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาเริ่มทยอยลดการลงทุนลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อุปทานน้ำมันดิบอาจตึงตัวมากกว่านี้ หลังสหรัฐ จะต้องตัดสินใจพิจารณามาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่านในเดือนหน้า อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาแตะระดับ 10.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สอดคล้องกับจำนวนแท่นขุดเจาะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 5 สัปดาห์ และคาดจะแตะระดับ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปลายปีนี้

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

  • สถานการณ์ความตึงเครียดในประเทศเวเนซุเอลาได้ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อพนักงานของบริษัท Chevron ถูกดำเนินการจับกุมเป็นครั้งแรก หลังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา (PDVSA) ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างได้ เนื่องจากข้อเสนอมีราคาที่ไม่สมเหตุสมผล ส่งผลให้บริษัท Chevron ได้อพยพผู้บริหารออกจากประเทศเวเนซุเอลาและคาดจะอพยพพนักงานออกไปเพิ่มเติม ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าบริษัทฯ อาจจะจะมีการลดการผลิตลง โดยล่าสุดปริมาณการผลิตของประเทศเวเนซุเอลาชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องมาแตะระดับ 1.49 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลดลงจาก 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในต้นปี 60
  • จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ว่าจะสามารถเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันได้หรือไม่ หลังทรัมป์จะมีการพิจารณามาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในวันที่ 12 พ.ค. โดยตลาดมีความกังวลว่าอิหร่านอาจถูกสหรัฐ คว่ำบาตรอีกครั้ง และอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบลดลงไปมากกว่าเดิม ทั้งนี้ในประชุมรัฐสภาในวันที่ 25 เม.ย. ฝรั่งเศสกล่าวว่าจะต้องมีมาตรการที่เหมาะสมก่อนที่จะมีการล้มเลิกข้อตกลงที่มีอยู่ ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่การพิจารณามาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจะถูกเลื่อนไปไกลกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐ ไม่ได้ให้การโต้ตอบใดๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้วันตัดสินใจของสหรัฐยังคงเดิม ณ จุดนี้
  • ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยระดับความร่วมมือของกลุ่มโอเปคแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 165 นำโดยการลดลงของซาอุดิอาระเบียและเวเนซุเอลาที่ปริมาณการผลิตลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 12 ล้านบาร์เรลเหนือระดับค่าเฉลี่ย 5 ปีซึ่งเป็นเป้าหมายของกลุ่มโอเปค ในเดือน มี.ค. 61 ซึ่งนับเป็นการลดลงอย่างมากจากเดือน ม.ค. 60 ที่ราว 340 ล้านบาร์เรลเหนือค่าเฉลี่ย 5 ปี ทั้งนี้กลุ่มโอเปคจะมีการทบทวนเป้าหมายอีกครั้งในเดือน มิ.ย. 61 นี้
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบเพิ่มปริมาณการขุดเจาะขึ้นมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 22 นับจากกลางปี 59 มาแตะระดับ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน นำโดยการเพิ่มขึ้นของการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) และสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดจะแตะระดับ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นปีนี้
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตและบริการของจีน ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐ (Market PMI) การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ และ GDP ไตรมาส 1/61 ของยูโรโซน

  

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (23 – 27 เม.ย. 61)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 0.67 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 67.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 0.07 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 74.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2.2 ล้านบาร์เรล สวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่าจะปรับลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวลดลง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตของสหรัฐ คาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก โดยในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 เม.ย. 61 ทางสหรัฐ ได้เพิ่มแท่นขุดเจาะกว่า 5 แท่น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังสหรัฐ มีท่าทีอาจถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านและสถานการณ์ในเวเนซุเอลาที่เกิดความขัดแย้งระหว่างบริษัทน้ำมันแห่งชาติและบริษัทเอกชน ส่งผลให้มีการจับกุมผู้บริหารและสั่งอพยพแรงงานออกจากประเทศ