วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ATP30 - ซื้อ

แนวโน้มกำไร 1Q61ฟื้นตัวแรง

ประเด็นสำคัญในการลงทุน:

  • ธุรกิจมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง: กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทที่ให้บริการด้านรถรับ-ส่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซีที่มีความคืบหน้าด้านการลงทุนและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้รายได้มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องทุกปีเห็นได้จากจำนวนรถที่ให้บริการเติบโตต่อเนื่อง ณ ปลายปี 60 มีจำนวนรถโดยสาร 328 คัน เติบโต 35% ขยายตัวต่อเนื่องจากปี 59 ที่เติบโต 16%นอกจากนี้ในปีนี้จากการที่บริษัทได้เริ่มศึกษาการให้บริการรถท่องเที่ยงเพื่อรองรับกระแสการท่องเที่ยว  และได้เริ่มให้บริการรถเช่าเหมาราว 10 คันกับนักท่องเที่ยวชาวจีนในพื้นที่กรุงเทพฯ-ระยอง-พัทยาตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมาจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และช่วยชดเชยรายได้ที่มักจะลดลงในช่วงที่มีวันหยุดยาวโดยเฉพาะในเทศกาลสงกรานต์
  • ปรับประมาณกำไรปี 61 เพิ่มขึ้น8%: ปี 61 บริษัทเริ่มให้บริการลูกค้าใหม่3ราย ในเดือนม.ค. และก.พ. ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการรายได้ตามเดิมที่ราว 412 ล้านบาทเติบโต 19% แต่ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น จากเดิม 25% สู่ระดับ 26% และใช้สมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าเนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนรถให้บริการชดเชยค่าใช้จ่ายปรับปรุงรถและการยื่นขอรับมาตรฐาน ISO ในปี 60 ทั้งนี้ประมาณกำไรสุทธิปี 61 เพิ่มขึ้น 8% เป็น 39.5 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 37%
  • แนวโน้มกำไร 1Q61 เติบโตสูง: ฝ่ายวิจัยประเมินว่าแนวโน้มกำไรสุทธิในช่วง 1Q61 จะเติบโตสูงจากฐานที่ต่ำในช่วง 1Q60 ที่มีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงรถซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 1Q60 อยู่ในระดับต่ำเพียง 19% โดยประมาณการรายได้อยู่ที่ราว 101 ล้านบาท เติบโต 28%YoYและ 6%QoQ ด้วยฐานกำไรสุทธิต่ำเพียง 1.9 ล้านบาท ทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิในช่วง 1Q61 ที่ราว 10.4ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสที่แล้ว  แต่เติบโตสูงถึง 440% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  ส่วนแนวโน้มกำไรในช่วง 2Q61 จะยังเติบโตต่อเนื่องจากการให้บริการเต็มไตรมาสแก่ลูกค้ารายใหม่ทั้ง 3 รายได้แก่ บริดจสโตน สเปเชียลตี้ไทร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (BSTMT)ในเดือนม.ค. บมจ.ไทยออยล์ (TOP)และ
    บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC)ในเดือนก.พ.
  • คงคำแนะนำ“ซื้อ”ราคาเหมาะสม 2.20บาท: ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทในระยะยาวจากการเป็นหุ้น EEC play ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตของรายได้และผลการดำเนินงานต่อเนื่อง ในการประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PEG Ratio โดยคำนวณอัตราการเติบโตของกำไรในปี 60-61 ได้ราว34%และประมาณกำไรต่อหุ้นแบบปรับลดซึ่งรวมผลกระทบจาก ATP30-W1ได้ราว 0.064 บาทได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 2.20 บาทซึ่งยังมีอัพไซต์จากราคาปิดล่าสุด จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”