หุ้นทีทีซีแอลร่วง 10% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (9เม.ย.) หวั่นรายได้-กำไรวูบ หลังมีกระแสข่าวเมียนมาสั่งเบรกโรงไฟฟ้าถ่านหินในรัฐคะฉิ่น 1,280 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนกว่าแสนล้าน
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท ทีทีซีแอล จำกัด(มหาชน) หรือ TTCL ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (9เม.ย.) ปิดการซื้อขายที่ 6.80 บาท ลดลง 0.80 บาท หรือ 10.53% ระหว่างวันแตะระดับต่ำสุดที่ 5.90 บาท ซึ่งต่ำสุด (New Low) รอบ 8 ปี หลังจากมีข่าวรัฐบาลเมียนมาสั่งเบรกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในรัฐคะฉิ่นกำลังผลิต 1,280 เมกะวัตต์ หลังถูก 172 องค์กรต่อต้านโครงการอย่างหนัก และเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท
โดยนายอู วิน ข่าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานแห่งสหภาพเมียนมาร์ แถลงเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลกลางจะไม่อนุญาตให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1,280 เมกะวัตต์ ขึ้นที่เมืองพะ-อัน หลังจากที่ถูกหน่วยงานกว่า 172 องค์กรต่อต้านอย่างหนัก ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังผลิต 1,280 MW ที่อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้างในเขตเมืองพะ-อัน รัฐคะฉิ่น คือโครงการร่วมทุนระหว่าง TTCL และรัฐบาลแห่งรัฐคะฉิ่น (KSG) ซึ่งมีมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 1 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทออกมาชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว และโครงการยังอยู่ระหว่างการทำ EIA เท่านั้น ซึ่งจะไม่กระทบต่อแผนนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในพ.ย.นี้
นักวิเคราะห์ บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในรัฐคะฉิ่นยังอยู่ในภาวะ Overhang ไม่มีกำหนดว่าจะได้เริ่มดำเนินการหรือไม่ ซึ่งหากดำเนินการได้ TTCL ก็จะยังไม่มีความพร้อมด้านการเงินในขณะนี้ จึงไม่ได้รวมโครงการดังกล่าวเข้ามาในราคาเป้าหมาย
ในขณะที่ปี 2561 คาดกำไรสุทธิจะฟื้นมาที่ 315 ล้านบาท +494% ในขณะที่ปี 2562 ที่ 342 ล้านบาท +9% โครงการโรงไฟฟ้า Ahlone จะจ่ายไฟฟ้าได้ตามปกติ และทำให้มีกำไรขั้นต้นกลับมาที่ 400 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิได้ราว 300 ล้านบาท หากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไม่ทำให้มีผลขาดทุนหนัก นอกจากนี้คาดว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะเป็นตัวสำคัญที่สร้างรายได้ในปีนี้ เนื่องจากยังมีโครงการโอเลฟินส์ของ PTTGC มูลค่างาน 6,600 ล้านบาท คาดว่ารับรู้รายได้ในปีนี้ราว 70% ในขณะที่โรงไฟฟ้า Ahlone ส่วนขยาย 356 MW มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท เตรียมดำเนินการเพื่อจะเริ่มการก่อสร้างได้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า และใช้เวลาก่อสร้าง 18 เดือน จะเป็นตัวหลักในการรับรู้รายได้ในปี 2562
ขณะที่ บล.ทิสโก้ แนะนำ "ถือ" ที่ราคา 11.10 บาท บน P/E 25.7 เท่า ซึ่งเป็นราคาเป้าหมายที่นำโรงไฟฟ้าคะฉิ่นออกไปจากประมาณการแล้ว โดยมีความเสี่ยงคือ หนี้เสียที่จะเพิ่มขึ้นของโครงการ Rock Salt 2.5 พันล้านบาท ในลาวที่หยุดก่อสร้างไปเมื่อปีก่อน โดยมี 635 ล้านบาท เป็นลูกหนี้ที่ครบกำหนดชำระไปแล้วเกิน 1 ปี และอีก 1.78 พันล้านบาท ยังไม่ได้เรียกเก็บ และมีงานอีก 108 ล้านบาท เป็นงานระหว่างการก่อสร้าง







