วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยูไนเต็ดพาวเวอร์' ลงนามโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ฯ"

ยูไนเต็ด พาวเวอร์ ออฟ เอเชีย เซ็น PPA “โซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ฯ” 3 โครงการ กำลังผลิตรวม 7.95 MW COD ก.ย.ปีนี้ ยาว 25 ปี

นายอุปกิต ปาจรียางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูไนเต็ด พาวเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) UPA เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติรับทราบการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในฐานะ “ผู้สนับสนุนโครงการ” ซึ่งจะดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร พ.ศ. 2560 ของสหกรณ์ผู้ผลิตและผู้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ อำเภอกระแสสินธิ์ จำกัด กำลังการผลิตติดตั้ง 5.0 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 4.12 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี และให้บริษัท อันดามันเพาเวอร์ แอนด์ ยูทิลิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้น 99.99% ของทุนจดทะเบียน  เข้าลงทุนในบริษัทที่เป็น “ผู้สนับสนุนโครงการ”ของ โครงการสหกรณ์การเกษตรวิเชียรบุรี จำกัด ขนาดกำลังการผลิต 1.75 เมกะวัตต์ และ โครงการสหกรณ์การเกษตรกะทูน จำกัด ขนาดกำลังการผลิต 1.20 เมกะวัตต์  ซึ่งดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร พ.ศ. 2560 กำลังการผลิตติดตั้ง รวม 2.95 เมกะวัตต์ ในสัดส่วนการลงทุน  100% ของทุนจดทะเบียน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561  คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้อนุมัติคำร้องและข้อเสนอขายไฟแล้ว พร้อมกันนี้มีการเข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เรียบร้อยแล้ว การเข้าลงทุนดังกล่าวทำให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มขอบข่ายการดำเนินธุรกิจทางด้านธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เพิ่มเติมตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้ โดยหากในอนาคต บริษัทฯ สามารถขยายธุรกิจนี้ได้มากขึ้นและสามารถใช้ทรัพยากรส่วนกลางร่วมกันได้ จะทำให้เกิดการประหยัด เนื่องจากขนาด (Economies of Scale) ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจโดยรวมของบริษัทฯ อีกทั้ง การเข้าทำรายการเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท และจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อบริษัทฯ โดยช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและศักยภาพในการแข่งขันการดำเนินธุรกิจ และสร้างรายได้ในอนาคตให้แก่บริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่อง

“นับเป็นจุดสตาร์ทสู่การเทิร์นอะราวด์อย่างโดดเด่นสำหรับ UPA เพราะทีมบริหารลงมือทำงานอย่างจริงจัง จนกระทั่งนำมาสู่การได้รับ PPA จาก กกพ.สามารถที่จะจำหน่ายไฟฟ้าในโครงการโซลาร์ฟาร์ม ทั้ง 3 โครงการรวม 7.95  เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25  โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนกันยายน 61 และจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป ดังนั้นจะทำให้บริษัทฯ มีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว มีพื้นฐานที่แข็งให้แข็งแกร่งขึ้น ในอนาคตจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้อีกด้วย” นายอุปกิต กล่าวในที่สุด