ปี 61 คาด Growth 11% ด้วย Downside ที่ต่ำมาก
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
Ø กรังปรีซ์ฯ (Grand Prix) เป็นผู้จัดงาน Motor Show ที่ใหญ่สุดในไทย : GPI เป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าด้านยานยนต์ภายใต้แบรนด์ “Bangkok International Motor Show” ด้วยประสบการณ์กว่า 38 ปี ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน OCIA (สมาคมรับรองการจัดงานมหกรรมยานยนต์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก) ซึ่งเป็นมาตรฐานเทียบเท่ากับงานแสดงยนตกรรมระดับโลก โดยมอบให้ประเทศละ 1 งานเท่านั้น งานดังกล่าวเมื่อเทียบกับงานจัดแสดงสินค้าด้านยานยนต์ด้วยกันในไทย ยังเป็นงานที่มีผู้เข้าชมมากสุดในไทยกว่า 1.5 – 1.6 ล้านคนต่อรอบ เทียบกับคู่แข่งที่ราว 1 ล้านคน นอกเหนือจากงานดังกล่าว GPI ยังเป็นผู้จัดงาน “Bangkok Used Car Show” ควบคู่กับงานหลักไปด้วยช่วง มี.ค. – เม.ย. ของทุกปี รวมเป็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจงานกิจกรรมกว่า 80 - 85% ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อรูปแบบใหม่ในการเป็นผู้จัดทำและจำหน่ายนิตยสารยานยนต์ที่เป็นรูปแบบดิจิตอลราว 5 - 10% และธุรกิจรับจ้างพิมพ์อีกราว 5 - 10%
Ø ขยายจากงานยานยนต์ สู่เครื่องบิน “Air Race 1” และได้เป็น World Calendar : ตั้งแต่ช่วงปลายปี 59 บริษัทได้มีการเพิ่มประเภทงานที่รับจัดกิจกรรมจากยานยนต์เป็นเครื่องบินเข้ามาเสริมการเติบโต คือ “Air Race 1” โดยเป็นงานกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและได้รับเงินสนับสนุนจาก ททท. ซึ่งปีแรกที่มีการจัดในงวด 4Q59 มีผู้เข้าร่วมงานอยู่ที่ 6 แห่ง มีการรับรู้รายได้อยู่ที่ราว 40 ล้านบาท ส่วนในปี 60 มีการจัดงาน ณ สนามบินอู่ตะเภาเมื่อวันที่ 17 – 19 พ.ย. 60 ภายใต้ชื่อ “Air Race1 World Cup Thailand 2017” มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 16 แห่ง หรือสูงกว่าเดิมถึง 2 – 3 เท่าตัว นอกจากนี้ การจัดงานครั้งล่าสุดดังกล่าวได้รับผลตอบรับที่ดีจนเป็นผลให้เจ้าของลิขสิทธ์จัดให้ประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศ “World Calendar” ซึ่งเป็นประเทศที่ผู้เข้าแข่งขันในรายการดังกล่าวต้องมาเข้าแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนสะสม เป็นผลให้ปัจจุบัน GPI อยู่ระหว่างเจรจากับ ททท.เพื่อจัดงานสำหรับปี 61 ซึ่งมีโอกาสจัดงานได้ในช่วง 2H61 และน่าจะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น
Ø ส่วนงานรับจ้างพิมพ์มีแผนขยายไปสู่พิมพ์ Packaging ปัจจุบันยังได้รับงานใหม่ต่อเนื่อง: สำหรับธุรกิจสื่อของบริษัททั้งด้านสิ่งพิมพ์และดิจิตอลคาดว่าจะยังคงมีรายได้ที่ทรงตัวต่อเนื่องจาก Content ที่บริษัทนำเสนอได้รับการยอมรับจากผู้อ่านส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่เห็นแผนการเพิ่ม Content อย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด ส่วนงานรับจ้างผลิตจะเป็นส่วนที่บริษัทวางแผนขยายตัวโดยการรับงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่นงานพิมพ์ Packaging อย่างไรก็ตาม แผนงานดังกล่าวยังต้องรอการเพิ่มเครื่องจักรใหม่ที่มีเทคโนโลยีการพิมพ์ที่สูงขึ้นจากของเดิมในช่วงปลายปี 61 ด้วยวงเงินจากการจำหน่ายหุ้น IPO เมื่อราวปลายเดือน พ.ย. 60 ราว 40 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ บริษัทยังได้เข้ารับงานใหม่ๆ เพิ่มเติม อาทิ การ์ดอวยพรวันปีใหม่จากสำนักพระราชวัง
Ø ปรับขึ้นค่าเช่าใช้บริการปี 61 จากปีก่อนหน้า 7% โดยมีการรับเงินสดล่วงหน้าแล้ว : สำหรับงาน Motor Show ครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 39 ภายใต้ Theme Revolution in Motion) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 มี.ค. – 8 เม.ย. 61 นี้ GPI ได้มีการเจรจาต่อรองกับลูกค้ารายหลักในการปรับขึ้นค่าเช่าราว 7% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในรอบ 5 ปี จากปกติที่จะเจรจาทุกๆ 3 ปี เนื่องจากอุตฯยานยนต์ชะลอตัวในช่วงเวลาดังกล่าว แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายปี 60 ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นจากการที่ GPI จะได้รับเงินมัดจำจากกลุ่มลูกค้าก่อนการจัดงานระหว่าง 4 – 6 เดือนด้วยการให้ส่วนลด 10% สำหรับผู้ที่ชำระเงินในช่วงเวลาดังกล่าว (ต.ค. – ธ.ค) ขณะที่ในด้านต้นทุนในการจัดงานฝ่ายวิจัยคาดว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลให้คาดวาประเด็นนี้จะสร้างการเติบโตต่อผลประกอบการของบริษัทอย่างชัดเจนในปี 61
Ø ยังมี Upside ส่วนเพิ่มจากการเริ่มขยายงานสู่ ASEAN จุดหมายแรก “เมียนมาร์” : ด้านงาน Motor Show ที่ประเทศเมียนมาร์ซึ่งเดิมบริษัทได้มีการเซ็นสัญญารับจ้างจัดงานในส่วนงานโครงสร้างในช่วงเดือน ธ.ค. 60 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหน่วยงานในประเทศเมียนมาร์ได้ตัดสินใจให้ GPI เป็นผู้จัดงานทั้งหมดอย่างเป็นทางการบนพื้นที่ 1 หมื่นตรม. โดยอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องราคาค่าเช่าพื้นที่ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดสำคัญต่อรายได้ของบริษัท นอกจากนี้ยังต้องรอการก่อสร้าง Hall เสร็จสิ้นราวเดือน ก.ค. 61 จึงคาดว่าภายหลังจากการเจรจาเรื่องอัตราค่าเช่าเสร็จสิ้น หลังจากจบงาน Motor Show ที่ประเทศไทย GPI น่าจะสามารถเข้าจัดงานได้ตามกำหนดและจัดต่อเนื่องในช่วงเดือน ธ.ค. 61 อีก 1 ครั้ง
Ø คาดการณ์อย่างอนุรักษ์นิยม กำไรปี 61 จะเติบโต 11% ยังไม่รวมอีก 2 งาน : โดยรวม ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลกำไรของปี 60 จะอยู่ที่ราว 142.6 ล้านบาท เติบโต 19.2%YoY ซึ่งเกิดจากงวด 4Q60 ที่คาดจะมีขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 16 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสุทธิในช่วงปี 59 ที่ 22 ล้านบาท จากการคาดว่าได้รับแรงหนุนจากงาน Air Race 1 ซึ่งจัดยิ่งใหญ่กว่าปีก่อนมากดังกล่าวข้างต้น นอกจากนี้ยังคาดธุรกิจรับจ้างพิมพ์จะมีรายได้ทรงตัว QoQ หนุนโดยการขยายเข้ารับงานใหม่ๆ ส่วนปี 61 ฝ่ายวิจัยคาดการณ์อย่าง Conservatively Basis กล่าวคือ รวมการปรับขึ้นค่าเช่าใช้บริการที่เป็นแรงหนุนต่อการเติบโตเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้น ในขณะที่บริษัทยังมี Upside ส่วนเพิ่มจาก 1) การจัดงาน Motor Show ในประเทศเมียนมาร์ และ 2) การจัดงาน Air Race 1 ต่อจากปีก่อนหน้า ส่วนธุรกิจอื่นฝ่ายวิจัยกำหนดให้ทรงตัว YoY คิดเป็นรายได้ในปี 61 รวมทั้งสิ้นจะมีการเติบโตราว 11.1%YoY ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดเพิ่มขึ้นจากที่ราว 41.2% มาอยู่ที่ 46.2% ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจากการไม่ได้รวมงาน Air Race 1 ในประมาณการ คือลดลง 2.4%YoY ได้เป็นกำไรสุทธิปี 61 ที่ 158.3 ล้านบาท เติบโต 11%YoY
Ø เริ่มต้นด้วย “ซื้อ” ด้วย Downside Risk ต่อการเติบโตที่ต่ำ เป้าหมาย 4.20 บาท : ฐานะทางการเงินของบริษัทล่าสุดยังดีเยี่ยมด้วยเงินสดสุทธิ (ณ สิ้นงวด 3Q60 บวกกับเงินจากการจำหน่ายหุ้น IPO) หัก หนี้สินกว่า 0.9 บาทต่อหุ้น (ยังไม่รวมเงินสดที่จะได้รับจากการจ่ายค่าเช่าใช้บริการล่วงหน้าอีกกว่า 0.8 บาทต่อหุ้น หรือหักต้นทุนทั้งหมดราว 0.4 บาทต่อหุ้น) เป็นสิ่งสะท้อนความคล่องตัวในการขยายกิจการของบริษัท พร้อมด้วย Upside ส่วนเพิ่มจากการจัดงาน 2 งานใหญ่ข้างต้น อีกทั้งในด้าน Valuation ฝ่ายวิจียประเมินด้วย Prospective PER ที่ 16 เท่า เทียบเคียงจากผู้ประกอบการที่ใกล้เคียงอย่าง CMO (PER ย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ 17 เท่า) ซึ่งแม้จะมากกว่า PER ย้อนหลังของ GPI ที่ 13.36 เท่า แต่หากคำนวณเป็น Cash Adjusted จะต่ำเพียง 12.7 เท่า เป็นราคาเหมาะสมที่ 4.20 บาท ซึ่งยังมี Upside ภายใต้แนวคิดแบบ Conservatively Basis กว่า 24.2% จึงเแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยสนับสนุน
- การเติบโตปี 61 มีการรับเงินล่วงหน้ามาแล้ว
- หนี้ต่ำ เงินสดต่อหุ้นหักหนี้สินกว่า 0.9 บาท
ความเสี่ยง
- งาน Air Race 1 ปีนี้ มีการไปจัดประเทศอื่น ซึ่งอาจรวมในความคาดหวังของราคาหุ้นแล้วบางส่วน
- งาน Motor Show ที่เมียนมาร์เลื่อนไปใกลกว่าคาด








