วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (8 ก.พ.61)

ราคาน้ำมันดิบร่วงต่อ หลังสต็อกน้ำมันดิบ สต็อกน้ำมันสำเร็จรูป และกำลังการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 2 ก.พ. 61 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรล ทางด้านปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 3.9 ล้านบาร์เรล

- กำลังการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ในสัปดาห์ที่ 2 ก.พ. 61 ปรับตัวสูงขึ้น แตะระดับ 10.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มแท่นการขุดเจาะน้ำมันดิบหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ไปเมื่อช่วงเดือนก่อนหน้า

- นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ (โอเปค) และนอนโอเปค เช่น รัสเซีย จะร่วมมือกันปรับลดกำลังการผลิตก็ตาม โดยล่าสุด EIA คาดการณ์การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในปี 2561 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.26 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปสู่ระดับ 10.59 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในปี 2562 จะอยู่ที่ระดับ 11.18 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐ เพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบมากขึ้น

- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในตะกร้าหลัก ส่งผลให้นักลงทุนลดความสนใจในการซื้อสัญญาน้ำมันดิบ เนื่องจากสัญญามีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย เนื่องจากผู้เล่นบางรายยังคงสต็อกน้ำมันเบนซินต่อเนื่อง หลังคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเบนซินจะปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อุปทานจากจีนและอินเดียที่เข้ามาในตลาดยังคงส่งผลกดดันให้ราคาปรับตัวลดลง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย หลังการส่งออกจากประเทศญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อุปทานในภูมิภาคยังคงปรับตัวลดลง จากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในสิงคโปร์อยู่ในระดับต่ำ

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 60 - 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 63 - 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.พ. หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับจุดคุ้มทุนเฉลี่ยในการลงทุนผลิตน้ำมันของผู้ผลิตน้ำมันดิบจากหินชั้นดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐ
  • ความร่วมมือของกลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคในการปรับลดกำลังการผลิตยังอยู่ในระดับสูง โดยผู้ผลิตยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ปริมาณน้ำมันคงคลังกลับมาสู่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี และรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบ
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลามีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในเดือน ม.ค. ปริมาณการผลิตลดลงสู่ระดับ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติทางเศรษฐกิจ และการเงินจากภาวะหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง

----------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

โทร.02-797-2999