“เงินบาททรงตัวในกรอบแคบ ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวตามปัจจัยภายนอกประเทศ”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาททรงตัวอยู่ในกรอบจำกัด โดยเงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อคืนเพื่อปรับโพสิชันของนักลงทุนก่อนการประชุมเฟด ขณะที่ สามารถรักษาทิศทางการฟื้นตัวได้ต่อเนื่องอีกเล็กน้อย หลังจากจากแถลงการณ์หลังการประชุมเฟดระบุถึงการปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อสหรัฐฯ เข้าใกล้เป้าหมายที่ 2% ในปีนี้ ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนมี.ค. ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ สถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ก็อาจช่วยชะลอแรงกดดันด้านแข็งค่าของเงินบาทไว้ได้บางส่วน
- สำหรับในวันศุกร์ (2 ก.พ.) เงินบาทอยู่ที่ 31.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (26 ม.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (5-9 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.00-31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาการตอบรับของตลาดในช่วงต้นสัปดาห์ต่อตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ขณะที่ จุดสนใจระหว่างสัปดาห์จะอยู่ที่สัญญาณเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่นที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนม.ค. ของประเทศชั้นนำหลายประเทศ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือนม.ค. ของจีน นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามการเจรจาร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวของสหรัฐฯ ก่อนเส้นตายครบกำหนดเวลาในวันที่ 8 ก.พ. และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวตามปัจจัยภายนอกประเทศ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,827.35 จุด ลดลง 0.08% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงประมาณ 14.97% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 59,738.05 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 532.76 จุด ลดลง 0.24% จากสัปดาห์ก่อน
- ดัชนีตลาดหุ้นไทยสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ช่วงสั้นๆ ในช่วงต้นและระหว่างสัปดาห์ ด้วยแรงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยรายเดือนของธปท. ที่ออกมาตามที่คาด อย่างไรก็ดี ปัจจัยดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะหนุนดัชนี SET ให้ขยับขึ้นต่อได้จากสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (5-9 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,810 และ 1,795 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,840 และ 1,855 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประกาศผลประกอบของบจ. งวดปี 2560 ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด และข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนธ.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษและออสเตรเลีย ดัชนี PMI Composite ของยูโรโซน และตัวเลขเงินเฟ้อของจีนสำหรับเดือนม.ค.

