วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SPALI - ซื้อ

ทำดีต้องได้ดี

เราเชื่อแบบนั้นแน่นอน! เรามองว่า SPALI สามารถสร้างผลงานที่สูงที่สุดเป็นประวัติกาล และโดดเด่นในกลุ่มอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ที่สามารถหนือเป้าหมายทุกอย่างที่บริษัทวางไว้ในปี 2560 โดยบริษัทจะยังสามารถรักษาระดับการเติบโตแข็งแกร่งนี้ได้ในปี 2561 โดยแม้กำไรต่อหุ้นสำหรับปี 2561 จะลดลง (ผลกระทบจากการแปลงสภาพ SPALI-W4) แต่มูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำเกินไปเนื่องจาก SPALI ถูกซื้อขายบน PER ปี 2561 ที่ 8.8 เท่า ซึ่งถูกเกินไปเทียบกับภาพความชัดเจนกำไรระยะยาวของบริษัทที่สูงที่สุดในกลุ่ม ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ 27.50 เท่า อ้างอิงจาก PER ที่ 9.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย ระหว่างปี 2549-2560 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลงานปี 2560 ออกมาดีกว่าเป้าหมาย

ผลการดำเนินงานปี 2560 จะออกมาดีกว่าแผนธุรกิจของผู้บริหาร เราคาดยอดจองซื้อจะออกมาสูงสุดเป็นประวัติกาลที่ 31 พันล้านบาท (มาจากแนวราบประมาณ 50% และคอนโด 50%) เติบโต 27% YoY และสูงกว่าเป้าหมายของบริษัท 14% หนุนโดยทั้งยอดจองซื้อคอนโด (อยู่ที่ 15 พันล้านบาท สูงขึ้น 36% YoY และเกินเป้า 24%) และโครงการแนวราบ (อยู่ที่ 15 พันล้านบาท สูงขึ้น 20% YoY และเกินเป้า 5%) ที่ดีมาก โดยเราคาดรายได้จากธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขายในปี 2560 จะดีกว่าเป้าหมายของ SPALI ได้เช่นกัน และดีกว่าคาดการณ์ของเราที่ 24.5 พันล้านบาท (เติบโต 7%) สำหรับหุ้นในกลุ่มอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยทั้งเก้าบริษัทที่เราให้ คำแนะนำนั้นเรามองว่า SPALI เป็นหนึ่งในสองบริษัทที่จะรายงานผลงานปี 2560 ดีเกินเป้าหมาย

แผนธุรกิจปี 2561 ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

ในปี 2561 นั้น บริษัทจะกลับมาดำรงนโยบายการจ่ายเงินปันผลตามปกติ คือ สองครั้งต่อปี ทั้งนี้ในปี 2561 นั้น SPALI มีแผนจะเปิด 35 โครงการ มูลค่ารวม 40 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีที่แล้ว (ที่ดินที่มีในมือแล้ว;โครงการแนวราบ 54%, คอนโด 16%; ในกทม. 78%, ต่างจังหวัด 22%) เป้าหมายยอดจองซื้อปี 2561 สูงขึ้น 7% จากปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 33 พันล้านบาท (โครงการแนวราบ 52%, คอนโด 48%; ในกทม. 71%, ต่างจังหวัด 29%) หลักๆหนุนโดยโครงการแนวราบ (สูงขึ้น 12% มาอยู่ที่ 17 พันล้านบาท) ขณะที่บริษัทตั้งเป้าหมายยอดจองซื้อคอนโดเติบโตอย่างอนุรักษ์นิยมที่ 3% มาอยู่ที่ 16 พันล้านบาท ผู้บริหารวางเป้ารายได้จากธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขายเพิ่มขึ้น 7% มาอยู่ที่ 26 พันล้านบาท (การันตีแล้ว 42% จากยอดขายรอรับรู้รายได้ ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการของเรา บริษัทมีแผนเชิงรุกในการขยายธุรกิจโครงการแนวราบไปยังต่างจังหวัดในปี 2561
โดยมีงบลงทุนสำหรับเปิดโครงการใหม่แนวราบต่างจังหวัด 9 พันล้านบาท และตั้งเป้ายอดจองซื้อโครงการแนวราบในต่างจังหวัดเติบโต 34% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องที่ 8.3 พันล้านบาทในปี 2561

มั่นคงชัดเจนในระยะยาว

มีสามปัจจัยที่หนุนความเชื่อของเราที่ว่า SPALI เป็นบริษัทที่มีความมั่นคง ชัดเจนและเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ได้แก่ 1) SPALI เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรกที่ขยายโครงการไปยังต่างจังหวัด และมุ่งเน้นโครงการแนวราบซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าคอนโดมาก ในต่างจังหวัดนั้นปัจจุบันยังมีการแข่งขันค่อนข้างต่ำทำให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจเติบโตได้ดีอีกเป็นระยะเวลานาน 2) โครงการคอนโดหลายแห่งเรียงคิวรอสร้างเสร็จพร้อมโอนตั้งแต่ปี 2561-2563 โดยในปี 2561 คอนโดเสร็จพร้อมเริ่มโอนได้ 7 โครงการซึ่ง มูลค่ารวม 13 พันล้านบาท, ในปี 2562 มี 5 แห่ง มูลค่ารวม 17 พันล้านบาท และในปี 2563 อีก 5 แห่ง มูลค่ารวม 19 พันล้านบาท ทั้งนี้ยอดขายรอรับรู้รายได้สำหรับโครงการคอนโดส่งผลให้ SPALI มีภาพผลประกอบการในระยะยาวชัดเจนที่สุดในกลุ่มอสังหาฯ เพื่อขายที่เราให้คำแนะนำ ประการสุดท้ายคือความแข็งแรงด้านสถานะทางการเงิน โดยหากรวมเงินจากการแปลงสภาพ SPALI-W4 จำนวน 1.7 พันล้านบาท ในปีนี้ เรามองว่าจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิลดลงจาก 0.8 เท่า ณ สิ้นปี 2560 มาอยู่ที่ 0.6 เท่า ณ สิ้นปี 2561 ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับนโยบายบริษัทที่จะดำรงอัตราส่วนดังกล่าวไว้ใน 0.6-0.8 เท่า โดยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งนี้จะหนุนให้บริษัทมีความสามารถในการเก็บที่ดิน และลงทุนในโครงการที่สร้างรายได้ประจำแบบต่อเนื่อง เพื่อรักษาการเติบโตของกำไรบริษัทในระยะยาวไว้ได้