ได้เวลาอิ่มอร่อย
M เป็นบริษัทที่น่าลงทุนรับการบริโภคในประเทศไทยฟื้นตัวมากที่สุด เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมอยู่ในช่วงฟื้นตัว กอปรกับกำไรเติบโตแกร่ง รวมถึงอัตราผลตอบแทนเงินปันผลดี (จ่ายสองครั้งต่อปี) โดยเรามองว่ามูลค่าหุ้นสมควรจะได้รับการปรับมูลค่าขึ้นไปซื้อขายระดับบน PER ที่ 30 เท่า ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่หุ้นถูกซื้อขายในปี 2556 ซึ่งเป็นปีที่ดีล่าสุดของบริษัท จากปัจจุบันหุ้นซื้อขายด้วย PER ปี 2561 ที่ 26.3 เท่า ขณะที่ PEG ปี 2561 ของ M อยู่ที่เพียง 1.7 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มระดับโลกที่ 2.4 เท่า ทำให้เรายังคงคำแนะนำ“ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 96 บาท (WACC 8.6%, terminal growth 2%)
เป็นบริษัทที่โดดเด่นที่สุดในการลงทุนรับการบริโภคในประเทศไทยฟื้นตัว
เราวิเคราะห์ถึงสามเหตุผลหลักที่สนับสนุนให้ M เป็นบริษัทที่เหมาะสมในการลงทุนเพื่อสะท้อนการบริโภคในประเทศฟื้ตัวในกลุ่ม QSR ได้แก่ 1) M
มีรายได้สูงที่สุดในแบรนด์ QSR ในประเทศไทย โดยบริษัทมี 2 แบรนด์หลัก; ณ สิ้นปี 2560 บริษัทมีร้านอาหาร MK 435 สาขา และ Yayoi 165
สาขา 2) มีการกระจายสาขาทั้งในกทม. และต่างจังหวัดอย่างดีเยี่ยม และ 3) ประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทสูงสุดติด 1 ใน 3 ในประเทศไทย
หนุนโดยการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (supply chain management) แข็งแกร่งผ่านครัวกลางของบริษัทเอง
ยอดขายต่อสาขาเดิมยังเติบโตดีต่อเนื่อง...
หลังจากที่ยอดขายสาขาเดิมพลิกกลับมาเติบโตได้ในแดนบวกในไตรมาส 3/60 เราคาดยอดขายต่อสาขาเดิมจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาส
4/60 หนุนโดยยอดขายสาขาเดิมของร้านอาหาร MK ที่คาดสูงขึ้น 5% YoY และ Yayoi 6% YoY นอกเหนือจากนี้ยังมีความประหลาดใจเชิงบวกเกิดขึ้นจากยอดขายสาขาเดิมของสองแบรนด์หลักในเดือนพ.ย. และธ.ค. 2560 ที่น่าจะเติบโตด้วยตัวเลขหลักเดียวระดับสูง YoY หลังจากที่ชะลอตัวในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวงร.9 ทั้งนี้เรามองว่ายอดขายสาขาเดิมในครึ่งแรกของปี 2561 จะยังแข็งแกร่ง YoY ได้อีก
ต่อเนื่อง สาเหตุจากฐานที่ต่ำมากในครึ่งแรกของปี 2560 (ยอดขายต่อสาขาเดิมในไตรมาส 1/60 แทบจะทรงตัว YoY ทั้งของ MK ละ Yayoi และฐานต่ำถึงระดับติดลบในไตรมาส 2/60)
…หนุนให้กำไรรายไตรมาสเป็นขาขึ้น
เราคาดยอดขายรายไตรมาสในไตรมาส 4/60 จะสูงขึ้น 9% YoY มาทำจุดสูงสุดเป็นประวัติกาลที่ 4.1 พันล้านบาท หนุนโดยยอดขายสาขาเดิมที่
โตแกร่ง และการเปิดสาขาใหม่ (มีสาขาใหม่ 13 แห่งในไตรมาส 4/60; เป็น MK 6 สาขา, Yayoi 6 สาขา และ Miyazaki 1 สาขา) อีกทั้งเราคาดอัตรากำไรสุทธิจะขยายตัว 1.8% YoY ได้ในไตรมาส 4/60หนุนโดยการประหยัดขนาด ดังนั้นเราคาดกำไรหลักสำหรับไตรมาส 4/60 เติบโต 23% YoY แม้มีฐานสูงจากไตรมาส 3/60 ซึ่งเป็นไตรมาสที่บริษัทมีกำไรรายไตรมาสสูงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติกาล นอกเหนือจากนี้เราคาดกำไรไตรมาส 1/61 จะแข็งแกร่งเช่นกันเนื่องจากมีฐานต่ำในไตรมาส 1/60 (เป็นไตรมาสที่กำไรต่ำที่สุดของปี 2560) และมีกำไรดีงามในไตรมาส 2/61 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอาหาร
กลยุทธ์การเติบโตหน้าใหม่; นำ Yayoi บุกตลาด
ปี 2561 นับเป็นช่วงเวลาดีที่บริษัทจะดำเนินนโยบายกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับการเพิ่มสาขาร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi (คิดเป็นส่วนแบ่งรายได้ของ M ประมาณ 17%) หลังจากที่ยอดขายสาขาเดิมของ Yayoi เติบโตดีด้วยตัวเลขหลักเดียวระดับสูงสามไตรมาสติดต่อกัน โดยผู้บริหารตั้งเป้าจะเปิดร้านอาหาร Yayoi เพิ่มอีก 25-30 สาขาในปี 2561 นี้ (จาก 165 สาขา ณ สิ้นปี 2560) โดยเน้นสาขาใหม่ต่างจังหวัดเป็นหลัก (โดยเราประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมสาขาใหม่ที่ 25 แห่ง) ทั้งนี้ Yayoi เป็นแบรนด์อาหารญี่ปุ่นที่บริการอาหารอย่างรวดเร็ว, คุณภาพดี, ราคาเอื้อมถึงได้ และมีเมนูอาหารญี่ปุ่น
หลากหลาย โดยกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับสาขาใหม่ของ Yayoi นั้นบริษัทจะเลือกทำเลที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงจากฐานข้อมูลที่มีของร้าน MK เดิม เนื่องจากกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้โอกาสที่สาขาเปิดใหม่ของ Yayoi มีโอกาสประสบยอดขายดีได้อย่างรวดเร็ว








