วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Strategy (5 ม.ค.61)

ตลาดต่างประเทศและสินค้าโภคภัณฑ์สดใสต่อ

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงเดินหน้าต่อ แต่นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังการลงทุน เนื่องจากดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวดีขึ้นสดใสตามตลาดต่างประเทศตั้งแต่เปิดทำการต้นปี แนะนำล็อกกำไรสำหรับหุ้น AOT ซึ่งราคาปรับตัวสูงขึ้นมากแต่เราคาดว่าบริษัททำกำไรตามมาไม่ทัน และปัจจุบันมาร์เก็ตแคปของ AOT สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก แซง AENA ซึ่งเป็นหุ้นท่าอากาศยานของสเปนซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์เป็นที่  1 ของโลกแล้ว ราคาหุ้น Fully Valued แนะนำรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ส่วนหุ้น AMATA ราคาหุ้นใกล้ชนเป้าหมายที่ 28.50 บาท และยังไม่มีความคืบหน้าเรื่อง พรบ.EEC ที่ชัดเจนออกมา ตัวเลข FDI ของไทยในเดือน ต.ค. 60 ไม่โดดเด่น และส่วนใหญ่สุทธิเป็นเงินไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น คาดว่ายังไม่มีสัญญาณบวกในระยะสั้นต่อหุ้นนิคมอุตสาหกรรมซึ่งปรับตัวขึ้นมาตามกระแส EEC ในปี  2560 แนะนำเริ่มทยอยขายทำกำไร และเปลี่ยนกลุ่มเข้าลงทุนพลังงาน และหุ้นเทคโนโลยี เลือก BANPU, PTT และ ADVANC เป็นแกนหลักสำหรับหุ้นขนาดใหญ่

 

 

หุ้นเด่นวันนี้: BCP (ปิด 41.75บาท; ซื้อ; เป้าหมาย AWS 46.00 บาท)

  • BCP เป็นหุ้นหมวดพลังงานที่ยังมี PER ต่ำ และปันผลสูง มีการลงทุนที่หลากหลายสาขาสำหรับเทรนด์อุตสาหกรรมใหม่และเก่าซึ่งก่อนหน้านี้ราคาหุ้น Laggard ไปจากผลกระทบของการตั้งด้อยค่าสำหรับการลงทุนในNidoPetroleum Ltd ซึ่งเป็นธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Exploration and Production) จำนวน 1,368 ล้านบาท ในไตรมาส 3/60 แต่กิจการธุรกิจไฟฟ้าภายใต้ BCPG และการลงทุนในธุรกิจ Lithium ถือเป็นปัจจัยบวกในอนาคตต่อ BCP ขณะที่ค่าการกลั่นเราให้น้ำหนักเป็น Neutral เนื่องจากค่าการกลั่นในเดือน ม.ค.ยังผันผวนมากและลดระดับจาก 7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาเป็นล่าสุดที่ 6.03 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ค่าการกลั่น ณ สิ้นปี ไม่แตกต่างจากช่วงต้นไตรมาส 4/60 มากนัก ดังนั้น คาดว่าไตรมาส 4/60 ธุรกิจโรงกลั่นไม่เผชิญกับ Stock Loss มากเท่ากับช่วงไตรมาส 3/60

 

  • Price Pattern ของ BCP ยังมีความแข็งแกร่งในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily & Monthly Buy Signal รอเพียงการกลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ก็จะทำให้กลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างเต็มตัว โดยต้องปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 50 บาทมีเป้าหมายสำคัญถัดไปอยู่ที่ 45.75 บาท มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 39.75 บาท (Resistance: 42.00, 42.25, 42.75; Support: 41.50, 41.25, 40.75)    

 

ปัจจัยในประเทศ:

  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน อยู่ที่ 2 ในเดือน ธ.ค. จาก 78.0 ในเดือน พ.ย. เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น หนุนโดยภาคส่งออกและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังกังวลปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ส่วนใหญ่ทรงตัวในระดับต่ำอยู่ (บางกอกโพสต์)
  • GDP ปี 2561 อาจโตใกล้ 5% มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 และ 5% ในช่วงครึ่งปีหลัง และประมาณการเศรษฐกิจไทยทั้งปีจะเติบโตในช่วง 4.2 – 4.5% และนอกจากนี้ ม.หอการค้าไทยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ GDP ปี 2561 จะขยายตัวถึงระดับ 5% หนุนโดยการส่งออกและท่องเที่ยว มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำของรัฐ การเร่งการลงทุนในภาครัฐ รวมถึงโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (บางกอกโพสต์)
  • ค่าเงินบาทแข็งหวั่นกระทบส่งออก : ภาคเอกชนได้ออกมากล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้โดยณ ปัจุบันทำสถิติแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 31 เดือนซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวได้(Bangkok Post)

 

 

ตลาดต่างประเทศ:

 

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Index) ปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 25,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังจากมีการเปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือน ธ.ค. ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน ธ.ค.ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเปิดเผยในวันนี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1%
  • ตลาดหุ้นเอเชีย: ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดเช้าวันนี้ที่ 2,476.85 จุด เพิ่มขึ้น 10.39 จุด, +42%; ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดเช้าวันนี้ที่ 23,643.00 จุด เพิ่มขึ้น 136.67 จุด, +0.58%

 

สินค้าโภคภัณฑ์:

  • ราคาน้ำมันดิบ: สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) โดย WTI เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 62.01 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2557; Brent เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 68.07 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ หรือ S.Energy Information Administration (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความไม่สงบในอิหร่าน และความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐน อันเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น 
  • ราคาทองคำ:ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ แต่แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐเป็นปัจจัยจำกัดช่วงขาขึ้นของราคาทองราคาทองคำตลาด COMEX ปรับตัวขึ้น 30 ดอลลาร์ หรือ 0.10% สู่ระดับ 1,319.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ดัชนีค่าระวางเรือ BDIปิดที่ 1,341.00 จุด เพิ่มขึ้น 00 จุดปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 2 เป็นปัจจัยบวกหนุน PSL, TTA