background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

PTT - ซื้อ

PTT - ซื้อ

งบลงทุนลดลง แต่ยังมีแผนพัฒนาโครงการมากมายในอนาคต

ประเด็นการลงทุน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา PTT ได้เปิดเผยงบลงทุนใหม่ โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อแผนงบลงทุนครั้งนี้ งบลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากต้นทุนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่น้อยลง ในขณะที่บริษัทเปิดเผยโครงการลงทุนในอนาคตนอกเหนือจากธุรกิจหลัก ซึ่งจะช่วยหนุนมูลค่าของบริษัทในระยะยาว จากปัจจัยบวกต่างๆ (แนวโน้มราคาน้ำมันดีขึ้น, งบลงทุนลดลง, โครงการ LNG เฟส 2 แล้วเสร็จในเดือน ต.ค.) เราจึงคาดว่ากำไรปี 2561 ของบริษัทจะสูงกว่าที่เราประเมินก่อนหน้านี้

ต้นทุนลดลง + ขายสินทรัพย์ = งบลงทุนลดลง

มีการปรับงบลงทุนใหม่เป็น 3.42 แสนล้านบาท สูงขึ้นจากแผนก่อนหน้าเล็กน้อย (ที่ 3.39 แสนล้านบาท) โดย 72% ของงบลงทุนทั้งหมดจะถูกใช้ในปี 2561 ทั้งนี้ 47% ของงบลงทุนบริษัทจัดอยู่ในประเภทที่ไม่ใช่เงินสด – หลักๆเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจถ่านหินและค้าปลีก เช่น PTT จะให้บริษัทลูกกู้ยืมเงินเพื่อซื้อสินทรัพย์ของบริษัทแม่

หากไม่รวมงบลงทุนที่ไม่ใช่เงินสด เงินลงทุนจะลดลงกว่าครึ่งเหลือเพียง 1.81 แสนล้านบาท เนื่องจากแผนการลงทุนในธุรกิจก๊าซและท่อก๊าซน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 6.8 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.59 แสนล้านบาท เนื่องจาก PTT ได้ทราบต้นทุนที่แท้จริงของการก่อสร้างท่อก๊าซเส้นที่ 5 (เมื่อ EPC สุดท้ายออกมา) – ซึ่งต่ำกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้ก่อนหน้านี้อยู่มาก

การเติบโตรับไทยแลนด์4.0…

แม้งบลงทุนที่ลดลงอาจส่งผลให้ตลาดมีความกังวลต่อการเติบโตระยะยาวของบริษัท PTT ได้ชี้ถึงทิศทางกลยุทธ์ที่ชัดเจนสามอย่างที่จะหนุนโอกาสการเติบโตในยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้แก่ 1) Do now, 2) Decide now และ3) Design now อีกทั้งได้บอกว่าโครงการไหนต้องใช้กลยุทธ์ใด (แม้ยังไม่ได้เริ่มทำโครงการใดๆ)

“Do now” ใช้กับการเพิ่มผลผลิต, “Decide now” เกี่ยวข้องกับการขยายทั้งธุรกิจตามปกติและการซื้อกิจการในส่วนของธุรกิจหลัก และ “Designnow” เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับโครงการ S-curve ในอนาคต PTT จะขยายการเติบโตในธุรกิจ LNG, การรวมธุรกิจก๊าซและธุรกิจไฟฟ้า, และขยายธุรกิจค้าปลีกน้ำมันไปยังต่างประเทศ ขณะที่แผนในโครงการ Scurve คือ การมุ่งเน้นด้านไฟฟ้า, เพิ่ม value chain, smart city/smart property, material science, life sciences/life style, venture capital,และอื่นๆ

…ส่งผลให้มีการตั้งสำรองสำหรับงบลงทุน...

PTT ได้ตั้งสำรองสำหรับงบลงทุนรวม 2.45 แสนล้านบาท โดย 55% ของทั้งหมดจะถูกใช้ในกลยุทธ์ “Design now” – เรามองว่าจะยังไม่เห็นภาพโครงการ S-curve ใหม่ๆเป็นรูปธรรมนักในปีหน้า ขณะที่ผู้บริหารทำให้เรารู้สึกว่างบลงทุนในกลยุทธ์ “Decide now” และ “Do now” (ซึ่งใช้งบที่ตั้งสำรองฯ ส่วนที่เหลือ) จะถูกใช้ในปีหน้า

… และหนุนให้ฐานกำไรสูงขึ้น

จากปัจจัยบวกต่างๆ (แนวโน้มราคาน้ำมันดีขึ้น, งบลงทุนลดลง, โครงการ LNG เฟส2 แล้วเสร็จในเดือนต.ค. ซึ่งการันตี cost-plus return) เราเชื่อว่าฐานกำไรหลักของบริษัทจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นล้านบาท/ไตรมาส (ก่อนหน้านี้เราประเมินไว้ที่ 2.7-2.8 หมื่นล้านบาท/ไตรมาส) ดังนั้นเราจึงปรับประมาณ
การกำไรปี 2561 เพิ่มขึ้น 10% มาอยู่ที่ 1.25 แสนล้านบาท การบังคับใช้พรบ.พัฒนารัฐวิสาหกิจ (อาจเริ่มใช้ได้กลางปีหน้า) จะส่งผลให้ภาระขาดทุนจากธุรกิจก๊าซ NGV ลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งจะหนุนกำไรราว2.5-3 พันล้านบาท/ปี