โอกาสซื้อมาแล้ว
ประเด็นการลงทุน
จากที่ราคาหุ้นปรับลดลงกว่า 14% (จาก 28.5 บาท เมื่อวันที่ 13 พ.ย.) ปัจจุบัน RJH ถูกซื้อขายบน PER ปี 2561 ที่ 29 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 33 เท่าอยู่มาก เรายังชอบอยู่เนื่องจาก RJH ยังซื้อขายระดับที่ PER ถูกที่สุดในกลุ่ม และไม่มีการลงทุนที่มีนัยสำคัญในปี 2561 ปัจจัยถัดไปที่จะกระตุ้นให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นอาจมาจาก stock split (ปัจจุบัน 1 บาท/หุ้น) – จะให้ผู้ถือหุ้นโหวตในการประชุมผู้ถือหุ้นปี 2561 – ซึ่งจะทำให้การซื้อขายมีสภาพคล่องมากขึ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2561 ที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 35 บาท (WACC 7.0% และ terminal growth rate 2.0%)
มุ่งสู่การรักษาขั้นตติยภูมิ
RJH ตั้งเป้าจะอัพเกรดจากให้การรักษาระดับทุติยภูมิเป็นตติยภูมิ โดยขยายคลินิคที่มีอัตรากำไรสูง (เช่น endodontics) บริษัทจะเพิ่มกำลังการรักษาโดยขยายสัญญา และเพิ่มเวลาการทำงานของคุณหมอเฉพาะทางที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน RJH ได้ออกแผนการตลาดเชิงรุกโดยการปรับแพคเกจผลิตภัณฑ์ (catheterization and orthopedic) เพื่อหนุนรายได้ อีกทั้งอัตรากำไรสุทธิจะสูงขึ้นด้วย
แนวโน้มรายได้ปี 2561 เติบโตดีงาม
ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2561 เติบโต 10-15% YoY ขณะที่คงเป้าหมายอัตรากำไรสุทธิเท่าเดิม เนื่องจากมีปัจจัยด้านเครดิตภาษีจำนวน 3 ล้านบาทจาก RJH โรจนะ ในครึ่งแรกของปี 2560 โดยเป้าหมายดังกล่าวดูจะเป็นไปได้ (เราประเมินรายได้เติบโต 12%) เราคาดรายได้จากคนไข้เงินสดสูงขึ้น 28% หนุนโดยปริมาณผู้ป่วยเงินสดเพิ่มขึ้น RJH จะร่างสัญญากับบริษัทที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ ซึ่งจะหนุนรายได้จากการตรวจสุขภาพกว่าเท่าตัว และในเดือนม.ค. 2561 จะเปิดโต๊ะญี่ปุ่นแห่งใหม่ – ที่แรกในอยุทธยา การขยายตัวนี้มุ่งหวังจะเพิ่มปริมาณผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นเท่าตัว จากเดิม 200 ราย/ไตรมาส เป็น 400 ราย/ไตรมาสขณะที่รายได้จากประกันสังคมจะเติบโต 12% เนื่องจาก RJH จะได้รับผลประโยชน์จากอัตราจ่ายใหม่เต็มปี
แนวโน้มกำไรระยะสั้นเติบโตแกร่ง
เราคาดกำไรหลักเติบโตแกร่ง YoY ในไตรมาส 4/60 (ลดลง QoQ ตามปัจจัยทางฤดูกาล) หนุนโดยรายได้สูงขึ้นด้วยตัวเลขสองหลัก รายได้เงินสดและประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นน่าจะมีน้ำหนักมากกว่าผลของเคสส่งตัวผู้ป่วยโรคหัวใจจากโรงพยาบาลภัทร ธนบุรีที่ลดลงตั้งแต่ไตรมาส 4/60 เราประเมินอัตรากำไรไตรมาส 4/60 จะขยายตัว 180 bps YoY มาอยู่ที่ 13.1% หากมองไปข้างหน้า กำไรไตรมาส 1/61 มีแนวโน้มกระโดดสูงขึ้น QoQ จากปัจจัยทางฤดูกาล, การเปิดศูนย์ MRI ในเดือนม.ค. 2561 และจำนวนผู้ประกันตนสูงขึ้น
ความเสี่ยงขาลงในปีนี้ต่ำมาก – ไม่มีงบลงทุนก้อนใหญ่จนถึงปีหน้า
การขยายกำลังการรักษาในปีนี้ส่งความเสี่ยงน้อยมาก จำนวน hemodialysis ที่เพิ่มขึ้น 19 ยูนิต (มีเตียงผู้ป่วยในรวม 46 ยูนิตในไตรมาส 4/60) ที่ RJH
โรจนะ จะหนุนให้อุปสงค์มากขึ้น ศูนย์ MRI จะเปิดในเดือนม.ค. 2561 โดยอยู่ภายใต้การแบ่งรายได้ สำหรับอาคารใหม่สูง 9 ชั้นนั้น มีกำหนดเปิดในปี
2563 ปัจจุบัน RJH กำลังยื่นขอ EIA certification แม้อาจมีความเสี่ยงขาลงจากโครงการดังกล่าว เรามองว่ายังเร็วเกินไปที่จะกังวล






