คาด 4Q60 ผลประกอบการสูงสุดในปีพร้อมคงประมาณตามเดิม
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- รายงานกำไร 3Q60 ทรงตัวQoQ แต่ +19%YoY กำไร 9M60 +12% : รายงานกำไร 3Q60 ที่ 44 ล้านบาททรงตัวเมื่อเทียบเป็นไตรมาสแต่เติบโต 19%YoY โดยรายได้อยู่ที่ 362 ล้านบาทหดตัว 14%QoQ เนื่องจากไตรมาส 2 มีการจัดงาน MID YEAR EXPO แต่เติบโต 11% YoY จากยอดจำหน่ายต่อสาขาเติบโต (SSSG)8% หลังมีการใช้ข้อมูล Big Data ของลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อทำการตลาดเฉพาะพื้นที่และกลุ่มลูกค้าส่งผลให้ยอดจำหน่ายของลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 30% ของยอดขายรวมเป็น 50% ของยอดขายรวม ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้น 2% จากปีก่อนสู่ 46% จากการจำหน่ายสินค้าแบบใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าแบบเดิม (Hello Kitty ปี 3 และ The Embrace of Pure Love) ด้านสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวขึ้นจาก 27% ของยอดขายสู่ 31% ของยอดขาย อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงินกลับลดลง 2 ล้านบาทสู่ 113 ล้านบาทจากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้บริษัทมีกำไร 3Q60 ที่ 44 ล้านบาท ทรงตัวQoQ แต่ +19%YoY และรายงานกำไร 9 เดือนที่ 122 ล้านบาท +12%YoY โดยคิดเป็น 72% ของประมาณการเราที่ 169 ล้านบาท
- คาดผลประกอบการ 4Q60 เติบโต 6%QoQ พร้อมคงประมาณการปี 60 ตามเดิม : ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้และกำไร 4Q60 จะปรับเพิ่มขึ้นสู่ 411 ล้านบาทและ 47 ล้านบาท เติบโต 14%QoQ และ 6%QoQ ตามลำดับ เนื่องจากไตรมาส 4/60 เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นที่ผู้บริโภคจะใช้จ่ายช่วงปลายปีและได้อานิสงส์จากมาตรการช็อปช่วยชาติ อีกทั้งบริษัทมีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 4 สาขารวมเป็น 127 สาขา (2 สาขาที่ Central นครราชสีมา 1 สาขา Robinson มหาชัยและ 1 สาขา Robinson กำแพงเพชร) เป็นตัวหนุนต่อรายได้และกำไรให้เติบโต โดยเราคงประมาณการกำไรปี 60 และ 61 ที่ 169 ล้านบาทและ 187 ล้านบาทตามลำดับเติบโต 7% และ 11% ตามลำดับ
- ปี 61 ผู้บริหารคงเป้าการเติบโตยอดขายต่อสาขา (SSSG) อย่างน้อย 10% : ผู้บริหารคงเป้าการเติบโตต่อสาขาในปี 61 เติบโตอย่างน้อย 10% และพร้อมเปิดสาขาเพิ่มอีก 6-7 สาขาแบ่งเป็น JUBILE 3-4 สาขา (ปัจจุบันมี 123 สาขา) และ FOREVERMARK อีก 3 สาขา (ปัจจุบันมี 13 สาขา) โดยการขยายสาขาจะเน้นการขยายตัวตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ (Central Robinson และ The Mall) นอกจากนี้ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายต่อสาขาเติบโต (SSSG) อย่างน้อย 10% หลังมีการนำข้อมูล Big Data ของลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อทำการตลาดได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
- คงคำแนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" ที่ราคาเหมาะสม 26.75 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี P/E Ratio อิง Prospective P/E ที่ 25 ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มพาณิชย์ที่ 30 เท่าเนื่องจากผลประกอบการเพิ่งฟื้นตัว โดยในอนาคตหากผลประกอบการกลับมาเติบโตได้ดีมีโอกาสปรับเพิ่ม P/E ขึ้นอีก ฝ่ายวิจัยประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 61 ที่ 1.07 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 26.75 บาทต่อหุ้นซึ่งสูงกว่าราคาล่าสุดไม่มากจึงคงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”






