ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบยืดระยะเวลาการปรับลดกำลังผลิตจนถึงสิ้นปี 2561
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขานรับกับการยืดระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิตของทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคออกไปจากเดิมที่สิ้นเดือน มี.ค. 61 เป็นจนถึงสิ้นปี 2561 เพื่อที่จะให้มีปริมาณน้ำมันดิบล้นตลาดลดน้อยลง รวมทั้งเพื่อให้สามารถรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบไว้ได้ ตามข้อตกลงกลุ่มผู้ผลิตยังคงจำกัดกำลังการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และอนุญาติให้กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบสามารถยกเลิกการปรับลดกำลังการผลิตได้ก่อนระยะเวลาที่กำหนดถ้าตลาดเกิดภาวะตึงตัวขึ้น
- รัสเซียยังคงมีความกังวลต่อการขยายการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบออกไป จะส่งผลให้สหรัฐ มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) เพิ่มมากขึ้น
- Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ประจำสัปดาห์ ณ วันที่ 1 ธ.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 2 แท่น มาอยู่ที่ 749 แท่น ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์ติดต่อกัน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นเกือบแตะระดับสูงสุงตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนของปี 2558
- กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ เดือน ก.ย. ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่เดือน เม.ย. 58 เป็นต้นมา
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีอุปสงค์จากทางตะวันออกกลางและเอเซียเพิ่มมากขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันดีเซลยังคงไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่จะส่งออกไปภูมิภาคอื่นได้
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 56 - 61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61 - 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การขยายระยะเวลาของข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกโอเปคออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปี 2561 จากเดิมที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค. 61 ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบของโอเปคทั้ง 12 ประเทศและผู้ผลิตนอกโอเปคทั้ง 10 ประเทศจะปรับเพิ่มขึ้นในกรอบจำกัด หลังปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Oil Stocks) ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าระดับเฉลี่ย 5 ปี ที่ราว 140 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตของไนจีเรียและลิเบียจะถูกจำกัดอยู่ที่ 1.8 และ 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ โดยกลุ่มผู้ผลิตจะทบทวนข้อตกลงดังกล่าวอีกครั้งในการประชุมโอเปคในเดือน มิ.ย. 61
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับลดลงต่อเนื่อง หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ จากแคนาดาคาดจะปรับลดลงต่อเนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone ซึ่งมีกำลังการขนส่งอยู่ที่ 590,000 บาร์เรลต่อวัน หลังพบน้ำมันดิบรั่วและคาดจะใช้ระยะเวลากว่า 3-4 สัปดาห์ก่อนจะกลับมาดำเนินการได้เต็มกำลังการขนส่ง ประกอบกับโรงกลั่นที่คงกำลังการผลิตในระดับสูงต่อเนื่อง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ(EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 พ.ย. ปรับลดลง 3.4 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ 453.71 ล้านบาร์เรล
- จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ หลังราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นมาสู่ระดับ 747 แท่น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่เพียง 474 แท่น โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ในสัปดาห์ล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 9.68 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอยู่ที่ระดับ 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนหน้า ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐ ต้องส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้น
-----------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









