กำไร 9M60 ลดลง 17%...ปรับประมาณกำไรปี 60 ลดลง 12%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
- ผู้รับเหมาในพื้นที่ภาคเหนือที่มีศักยภาพในการเติบโต: CRDรับงานก่อสร้างในพื้นที่ภาคเหนือโดยสามารถรับงานได้หลากหลายทั้งงานก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างทั่วไปของภาคเอกชนและงานระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐ อาทิสถานีไฟฟ้าย่อยโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ระบบบำบัดน้ำเสีย ในช่วง 3Q60มีการเซ็นสัญญางานใหม่ 8 โครงการมูลค่ารวม 562 ล้านบาท ในช่วง 9M60มีสัดส่วนงานภาครัฐคิดเป็น 87% ของรายได้สัดส่วนงานภาคเอกชนคิดเป็น 13%ของรายได้บริษัทอยู่ระหว่างยื่นซองประมูลงานก่อสร้าง 7-8 โครงการ มูลค่ารวมราว 1,400 ล้านบาท และมีงานที่อยู่ระหว่างเจรจาต่อรองราคามูลค่า 300 ล้านบาท คาดจะรู้ผลใน4Q60
- 9M60กำไรสุทธิ ลดลง 17% จากมาร์จิ้นปรับลดลง :ผลการดำเนินงานในช่วง3Q60 มีกำไรสุทธิ 15.1 ล้านบาทเติบโต133%QoQและ 42%YoYสำหรับในช่วง 9M60มีกำไรสุทธิ 29 ล้านบาท ลดลง 18% แม้รายได้เพิ่มขึ้น 29%YoYเนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเหลือ 8.5% จากระดับ 11.3% ใน 9M59เนื่องจากการรับรุ้รายได้งานราชการที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่ามีสัดส่วนสูงกว่า ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 3.1% จาก 4.8% ใน 9M59 ทั้งนี้กำไรในช่วง 9M60คิดเป็น 56% ของประมาณการเดิมของฝ่ายวิจัยที่ 52 ล้านบาท
- ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 60-61 ลดลง12% และ 23% ตามลำดับ :ปลายก.ย. 60 บริษัทมีมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ 1,267 ล้านบาท ผู้บริหารคาดจะรับรู้ภายในปี 60 ราว 470 ล้านบาทฝ่ายวิจัยปรับประมาณการรายได้ปี 60 ลดลง 43% ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิใหม่ลดลง 12% เหลือ 46 ล้านบาท ซึ่งยังเติบโต 5% โดยคาดกำไรใน 4Q60 ราว 2 ล้านบาท เติบโต 7%QoQ และ140%YoYสำหรับปี 61 ภาพรวมอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างยังมีแนวโน้มดีจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 61 ประกอบกับการท่องเที่ยว โรงแรม และคอนโดมิเนียมในภาคเหนือยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องฝ่ายวิจัยปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของรายได้เหลือ 10% จากเดิม 16% ทำให้ประมาณการรายได้ใหม่ปี 61 อยู่ที่ราว 1,558 ล้านบาท ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นเป็น 9.2% เนื่องจากสัดส่วนงานภาคเอกชนที่สูงขึ้นโดยมีคาดการณ์กำไรสุทธิใหม่สำหรับปี 61ลดลง 23% เหลือ 62 ล้านบาทแต่ยังเติบโตสูง36%
- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 1.60 บาทสำหรับปี 61:จากประมาณการกำไรสุทธิใหม่สำหรับปี 61 ทำให้ราคาเหมาะสมตามมูลค่าพื้นฐานที่ประเมินด้วยวิธี PER ซึ่งอึงProspect PER ที่ระดับ 13 เท่าโดยประเมินกำไรต่อหุ้นปี 61 อยู่ที่ราว 0.124 บาทต่อหุ้นได้เท่ากับ1.60 บาทสำหรับปี 61 ซึ่งยังมีอัพไซต์จากราคาปิดล่าสุด จึงแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง: 1) เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวทำให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุน
2) งานก่อสร้างเสร็จล่าช้ากว่าแผน 3) ต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้น






