กำไรไตรมาส 3/60 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
กำไรต่ำกว่าคาด 5%
CBG รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/60 ที่ 389 ล้านบาท ลดลง11% YoY และ 8.6% QoQ โดยผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่เราคาด 5% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงกว่าที่ประเมิน
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ยอดขายในประเทศเติบโต 11.2% YoY มาอยู่ที่ 2.06 พันล้านบาทเนื่องจากมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ (กาแฟ และน้ำดื่ม) รวมถึงรายได้จากการขายสินค้าฝากขายผ่านรถจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตามยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังชะลอตัว 7% YoY
ยอดขายในต่างประเทศพุ่งสูงขึ้น 76% YoY มาอยู่ที่ 1.47 พันล้านบาทหนุนโดยอุปสงค์ในประเทศต่างๆเติบโต ดังนี้ กัมพูชา+23% YoY, พม่า+39% YoY, และเวียดนาม +135% YoY รวมถึงการส่งออกไปยังจีนเพิ่มขึ้น (เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1/60) นอกจากนี้ ยอดขายเฉลี่ยในประเทศอังกฤษก็มากขึ้นมาแตะ 8.68 แสนกระป๋องต่อเดือนในไตรมาส 3/60สูงขึ้นจาก 3.68 กระป๋องต่อเดือนในไตรมาสที่แล้ว
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/60 อยู่ที่ 32.8% ลดลงจาก 35.8% ในไตรมาส 3/59 เนื่องจากสัดส่วนยอดขายของสินค้าฝากขาย (อัตรากำไรขั้นต้น
อยู่ที่เพียง 13%) และสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ต้องจ้างผลิต(อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.1%) มากขึ้น ถึงแม้ไม่รวมผลกระทบจากสัดส่วนการขายที่เปลี่ยนไป อัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตเองก็ลดลง 140 bps YoY มาอยู่ที่ 36.9% สำหรับตลาดในประเทศ และหดตัว 120 bps YoY มาแตะ 33.3% สำหรับตลาดส่งออก อันเป็นผลมาจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (น้ำตาล, วัสดุบรรจุภัณฑ์ และพลังงาน)
ผลการดำเนินงานในประเทศอังกฤษเป็นไปตามที่เราคาด ICUK รายงานขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 3/60 ที่ 240 ล้านบาทขาดทุนมากกว่าในไตรมาส 2/60 ที่ 201 ล้านบาท เนื่องจากมีการบันทึกรายจ่ายเพื่อสปอนเซอร์ให้กับ EFL Cup เต็มไตรมาส
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารพุ่งขึ้น 72% YoY มาอยู่ที่ 851 ล้านบาทในไตรมาส 3/60 โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวสำหรับ ICUK มากขึ้นตามคาด แต่สำหรับการดำเนินงานในประเทศนั้น สูงกว่าที่เราประเมิน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการจัดทำโปรโมชั่นของผลิตภัณฑ์กาแฟ
แนวโน้ม
ผลประกอบการไตรมาส 3/60 น่าจะเป็นจุดต่ำสุด เราคาดกำไรจะเติบโตแกร่งในไตรมาส 4/60 จนถึงปี 2561 หนุนโดยยอดขายต่างประเทศที่สูงขึ้น (กัมพูชา, พม่า, เวียดนาม, จีน และอังกฤษ)
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2560 ของเราลง 1% เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ยังคงเป้าหมายสิ้นปี2561 เท่าเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เราเชื่อว่า PER ปี 2561 ที่สูงถึง 44.5 เท่านั้นบังไม่แพงเกินไป เนื่องจากผลการดำเนินงานมีแนวโน้มขยายตัวแรงต่อเนื่อง เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”






