"เวียตเจ็ท" กลุ่มสายการบินโลว์คอสต์ที่น่าจับตามองอีกรายหนึ่งของอาเซียน นับตั้งแต่ให้บริการเที่ยวบินแรกในปี 2554 สร้างการเติบโตจนครองส่วนแบ่งตลาด “อันดับหนึ่ง” ในเวียดนาม และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สำเร็จเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ในการขยับรุกไปต่างประเทศครั้งแรกเวียตเจ็ท เลือกปักหมุดที่ “ไทย” ด้วยการก่อตั้งเป็นสายการบินใหม่ “ไทยเวียตเจ็ท” ตั้งแต่ปี 2558 และเตรียมใช้เป็นฐานในการขยายเส้นทางสำคัญในอาเซียนและจีนต่อไป ขณะที่สายการบินแม่อย่างเวียตเจ็ท ประกาศรุกคืบสู่ “เอเชียเหนือ” ให้ครอบคลุมทั้งเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และจีน
เหวียน ถิ ถวิ บิ่ง รองประธานกลุ่มเวียตเจ็ท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ทเปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าตั้งเป้าภายใน 3 ปีไทยเวียตเจ็ทจะทำกำไรได้ ซึ่งขณะนี้ผ่านมาราวหนึ่งปีครึ่งแล้ว มีผลงานบรรทุกผู้โดยสารกว่า 2.4 ล้านคน จากเที่ยวบินกว่า 16,000 เที่ยว โดยวางแผนให้บริการครอบคลุมเส้นทางภายในไทย และต่างประเทศด้วย ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะการเชื่อมระหว่างเมืองหลักเท่านั้น แต่พร้อมเชื่อมต่อระหว่างหัวเมืองในภูมิภาคต่างๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นกรุงเทพ เช่น ที่ผ่านมาเปิดเส้นทาง ภูเก็ต-เชียงราย และมีผลตอบรับที่ดี
ความมั่นใจในการบุกขยายยังภูมิภาค ถอดรูปแบบจาก “โมเดลความสำเร็จ” ของเวียตเจ็ทในเวียดนาม ที่ก้าวขึ้นครองส่วนแบ่งมากกว่า 40% ของเส้นทางบินในประเทศ ด้วยกลยุทธ์การเลือกเปิดเส้นทาง “แตกต่าง” จากคู่แข่งที่มีอยู่ เพื่อแสวงหาตลาดใหม่ๆ ที่ไม่เคยโดยสารเครื่องบินมาก่อน ดังนั้น จึงมีศูนย์กลางการบิน (ฮับ) กระจายไปถึง 5 แห่งทั่วประเทศในเมืองฮานอย, โฮจิมินห์ ซิตี้, นาตรัง, ไฮฟอง และดาลัต
“เวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน แต่เมื่อก่อนมีเพียง 1% เท่านั้นที่เคยใช้บริการเครื่องบิน จึงนำมาสู่การคิดว่าหากมีสายการบินที่เจาะเข้าถึงแหล่งต่างๆ จะเพิ่มโอกาสในตลาดอีกมาก ดังนั้น เสังเกตจากในปี 2554 อัตราการเติบโตของธุรกิจการบินเวียดนามอยู่ที่ 15% เท่านั้น แต่เมื่อเราเข้าไปในตลาด การเติบโตในภาพรวมก็สูงถึง 25-30% โดยในจำนวนนั้นกว่า 70% เป็นเซกเมนต์ที่เราเข้าไปให้บริการ”
นอกจากจะมีฮับ 5 แห่งในเวียดนามแล้ว ยังถือว่า “กรุงเทพ” เป็นฮับต่างประเทศสำคัญ ซึ่งจะช่วยเข้ามาเชื่อมเครือข่ายให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการเดินทาง และเข้ามาสานต่อกับเส้นทางบินของเวียตเจ็ทในเวียดนามที่กำลังวางแผน “เชิงรุก” ขยายไปยังเอเชียเหนือมากขึ้น เช่น เกาหลีใต้ ที่มีเส้นทางจากโฮจิมินห์ ซิตี้, ฮานอย และไฮฟอง รวม 4 เที่ยว/วัน
ด้วยเครือข่ายดังกล่าว นักท่องเที่ยวทั้งจากเกาหลีใต้หรือไทย ก็สามารถใช้บริการในเครือข่ายมาเชื่อมต่อที่เวียดนามไปยังจุดหมายได้ โดยเฉพาะคนไทยที่อาจจะมาเปลี่ยนเครื่องที่ โฮจิมินห์ และ ฮานอย ในราคาประหยัด และได้เที่ยวเวียดนาม 1-2 วัน ซึ่งทั้งเกาหลีใต้และเวียดนาม ต่างเป็นประเทศที่คนไทยไม่ต้องใช้วีซ่า
นอกจากนั้น ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 จะเปิดเส้นทางจากเวียดนามไปญี่ปุ่นครั้งแรก เลือกจุดหมาย “โอซาก้า” โดยเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ321 ยังอยู่ในวิสัยที่ทำการบินได้จากฮานอย เมืองทางตอนเหนือได้ทันที ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ที่เวียตเจ็ทนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์
ขณะที่ไต้หวันมีเที่ยวบินทั้งแบบประจำและเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) เชื่อมระหว่างฮับในเวียดนามกับ 4 เมืองในไต้หวันแล้ว ได้แก่ ไทเป, ไถจง, เกาสง และไถหนาน
ที่สำคัญคือ “ตลาดจีน” ที่ปัจจุบันมีเส้นทางรวมทั้งประจำและเหมาลำแล้วกว่า 35 เส้นทาง และพร้อมจะใช้เครือข่ายที่แข็งแกร่งในประเทศดังกล่าว มาสร้างการเติบโตให้กับไทยเวียตเจ็ท ด้วยการเปิดจุดบินจากในไทยตรงไปยังจีนเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่สายการบินได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการทางอากาศใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยใน 5 ปีต่อไปนี้ จะเพิ่มฝูงบินรุ่นใหม่ให้กับไทยราว 8-10 ลำต่อปี
เหวียน กล่าวว่า เวียตเจ็ทเป็นสายการบินใหม่ก็จริง แต่การประสบความสำเร็จรวดเร็วนั้น เนื่องจากก่อนเปิดตัวสู่ตลาดในปี 2554 มีการเตรียมพื้นฐานด้านระบบ, บุคลากร, การเงิน มานานกว่า 4 ปี จึงสร้างฐานความพร้อมที่เอื้อต่อการขยายในอีก 4 ปีต่อมา
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การเติบโตรวดเร็วนั้น เพราะการแข่งขันที่แต่ละรายยังโฟกัสในเซกเมนต์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ เพราะ เวียดนาม มีสายการบินรายใหญ่เพียง 3 รายเท่านั้น คือ เวียตเจ็ท, เวียดนาม แอร์ไลนส์ ให้บริการเต็มรูปแบบ และเจ็ตสตาร์ แปซิฟิก ซึ่งมีเวียดนาม แอร์ไลนส์ถือหุ้น ซึ่งให้บริการแบบโลว์คอสต์
ทั้งนี้ จากรายงานตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มเวียตเจ็ท ระบุว่า ปัจจุบันเวียตเจ็ท มีเครื่องบิน 40 ลำ ประกอบด้วยแอร์บัส เอ320 จำนวน 25 ลำ และแอร์บัส เอ321 ซึ่งเป็นฝูงบินที่มีอายุเฉลี่ยราว 3.37 ปี แต่ขณะเดียวกัน ยังมีการสั่งซื้อที่รอการส่งมอบกับแอร์บัส และโบอิ้ง อยู่อีก 219 ลำ โดยที่ผ่านมารับมอบไปแล้ว 27 ลำ
ในภาพรวมเมื่อส้ินสุดไตรมาส 3 ปีนี้ เวียตเจ็ท มีเส้นทางบินกว่า 73 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางในประเทศ 38 เส้นทาง และต่างประเทศ 35 เส้นทาง หรือเพิ่มกว่า 20 เส้นทางเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อีกทั้งมียอดผู้โดยสารสะสมรวมกันทั้งกลุ่มกว่า 46 ล้านคน
นักวิเคราะห์คาดการณ์ด้วยว่า หลังจากที่ครองตำแหน่งเป็นสายการบินที่มีเที่ยวบินเชื่อมระหว่างเวียดนาม-ไต้หวัน มากที่สุด ในเร็วๆ นี้เวียตเจ็ทจะขยับเป็นสายการบินโลว์คอสต์ต่างชาติที่ให้บริการเส้นทางเชื่อมจากเกาหลีใต้มากที่สุดด้วย





