ตลาดน้ำมันดิบยังคงทรงตัวอย่างต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตมีแนวโน้มที่จะลดการผลิตจนถึงสิ้นปีหน้า
ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 59-64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (6 –10 พ.ย. 60)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มทรงตัวอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ผลิตทั้งในและนอกโอเปคปรับลดการผลิตน้ำมันดิบลงต่อเนื่องเพื่อให้อุปทานน้ำมันส่วนเกินกลับสู่สมดุลที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ซึ่งส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าทั้งสองกลุ่มจะมีการขยายระยะเวลาการลดการผลิตจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2561 ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ หลังคาดการณ์ความต้องการใช้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบคาดจะลดลง อย่างไรก็ตาม การส่งออกน้ำมันดิบจากสหรัฐ ที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน มีแนวโน้มที่จะกดดันราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- จับตาดูท่าทีของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคว่าจะขยายระยะเวลาของข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตที่ราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันออกไปถึงเมื่อไร ในการประชุมโอเปควันที่ 30 พ.ย.นี้ โดยซาอุดิอาระเบียยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่องเพื่อลดปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD oil stocks) ให้กลับมาสู่ระดับปกติที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของรัสเซียที่สนับสนุนให้กลุ่มผู้ผลิตขยายระยะเวลาของข้อตกลงออกไปเพื่อทำการปรับลดอุปทานน้ำมันส่วนเกินในตลาด
- การส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบโลกค่อนข้างมาก รวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่มากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับลดลง โดย EIA รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดลง 1 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ 454.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล
- ความขัดแย้งระหว่างอิรักและชาวเคิร์ดมีแนวโน้มคลี่คลายลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน หลังกลุ่มเคิร์ดได้ประกาศยุติการต่อสู้กับรัฐบาลอิรักและเสนอให้อิรักสามารถนำคนเข้าตรวจในเมือง Fish-Khabur ในขณะที่ทางรัฐบาลเคิร์ดยังคงกุมอำนาจควบคุมเมืองไว้อยู่ Fish-Khabur นั้นเป็นเมืองสำคัญเนื่องจากเป็นทางผ่านของท่อขนส่งน้ำมันไปยังประเทศตุรกี อย่างไรก็ตาม ทางอิรักยังคงกังวลกับข้อตกลงดังกล่าวและเห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงการยื้อระยะเวลาออกไปเพื่อรวบรวมกองกำลังทหารในพื้นที่ชายแดนระหว่างอิรักกับตุรกี และระหว่างอิหร่านกับซีเรีย
- จับตาสถานการณ์ในประเทศลิเบีย หลังเกิดเหตุประท้วงของแรงงานส่งผลให้มีการปิดดำเนินการแหล่งผลิตน้ำมันดิบลงราว 40,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากบริษัทน้ำมันไม่สามารถปฎิบัติตามข้อตกลงกับแรงงานได้ นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตอาจปรับตัวลดลงหากยังไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้และส่งผลให้มีการปิดแหล่งน้ำมันดิบ Nafoura ซึ่งมีกำลังการผลิตราว 30,000 บาร์เรลต่อวัน โดยในเดือน ก.ย.60 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียอยู่ที่ 923,000 บาร์เรลต่อวัน
- จับตาการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ หลัง Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ สัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 3 พ.ย. 60 ปรับลดลงจากสัปดาห์ก่อน 8 แท่น มาอยู่ที่ 729 แท่น แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 60 โดยผู้ผลิตปรับลดการผลิตจากแผนเดิมเมื่อราคาน้ำมันดิบปรับลดลง
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตยูโรโซน (Manufacturing PMI) และดัชนีภาคการบริการยูโรโซน (Service PMI) ยอดค้าปลีกยูโรโซน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ต.ค. - 3 พ.ย. 60)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 1.74 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 55.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.63 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 62.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 59.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคและรัสเซียที่ปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักข่าว Reuters คาดการณ์ในเดือนที่ผ่านมาความร่วมมือของกลุ่มโอเปคปรับเพื่มขึ้นมาจากร้อยละ 86 มาอยู่ที่ร้อยละ 92 รวมถึงปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 454.9 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตของประเทศสหรัฐ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 9.55 ล้านบาร์เรลต่อวันและการส่งออกน้ำมันดิบของอิรักที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 200,000 บาร์เรลต่อวัน ยังคงส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมัน
---------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999






