ECL - ซื้อ

ECL - ซื้อ

สินเชื่อโตแรงเกินคาด หนุนกำไร New High

ประเด็นการลงทุน

ผลประกอบการที่เติบโตแข็งแกร่ง คาดจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นอย่างต่อเนื่อง เราคาดบริษัทจะรายงานตัวเลขสินเชื่อ 9 เดือน เติบโตสูงถึง 65%YTD หนุนกำไร 3Q17 เติบโต 90%YoY และ 9%QoQ จากแนวโน้มผลประกอบการที่ดีกว่าคาด เราปรับกำไรปี 2017 ขึ้น 8% เป็น 140 ล้านบาท (เติบโต 135%) และปรับราคาเป้าหมายปี 2017 ขึ้นเป็น 4.9 บาท (อิง P/E 37 เท่า จากค่าเฉลี่ยในอดีต +1SD) และเบื้องต้นประเมินว่าราคาเป้าหมายปี 2018 จะปรับเพิ่มเป็น 8 บาท ด้วยวิธีการเดียวกัน ปัจจุบันหุ้นเทรดบน P/E 30 เท่าในปี 2017 และจะลดลงเหลือเพียง 17 เท่าในปีหน้านับว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่เทรดบน P/E ราว 18 เท่าในปีหน้าเช่นกัน แนะนำ “ซื้อ”

โมเมนตั้ม สินเชื่อ Big Bike แรงเกินคาด …

คาดการณ์สินเชื่อ 9 เดือน เติบโตไปแล้ว 65%YTD เราคาดบริษัทจะมียอดสินเชื่อ ณ สิ้นเดือน ก.ย. ที่ 3,970 ล้านบาท ด้วยการเติบโตที่แรงต่อเนื่องในระดับนี้ เรามองว่าโอกาสที่บริษัทจะบรรลุเป้าหมายสินเชื่อเติบโต 80% ณ สิ้นปี จะทำได้ไม่ยากและมีโอกาสดีกว่าคาด โดยจุดแข็งของบริษัทเป็นเจ้าแรกๆ ที่บุกตลาดสินเชื่อ Big Bike (600cc.) มือ 2 และขยายตลาดไปสู่ Mini Big Bike (300cc.) มือ 2 ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงมาก และคู่แข่งในตลาดนี้มีน้อยราย (น้อยกว่ารถยนต์ มือ 2) ดังนั้นเชื่อว่าจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง

… หนุนกำไร 3Q17 ทำ New High อีกครั้ง

เราคาดกำไร 3Q17 จะทำ New High อีกครั้งเป็น 38 ล้านบาท เติบโต 90%YoY และ 9%QoQ ปัจจัยหนุนมาจาก snowball effect ของสินเชื่อที่
มีการเติบโตแรงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (NIM) เราคาดยังคงสูง 6.3% อยู่ เพราะเพราะกลยุทธ์การเน้นสินเชื่อ Big Bike และ
Mini Big Bike ที่ให้ดอกเบี้ยรับสูงกว่ารถยนต์ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเราคาดยังคงทรงตัวในระดับต่ำ อิงจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังคงทรงตัว

ปรับกำไรขึ้น จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเกินคาด

เราปรับกำไรหลักปี 2017 ขึ้น 8% เป็น 140 ล้านบาท (เติบโต 135%) เพราะแนวโน้มกำไร 3Q17 ที่จะออกมาดีกว่าคาดการณ์เดิม จากสินเชื่อที่เติบโตสูงกว่าคาด เราปรับเป้าสินเชื่อปีนี้ขึ้นเป็น 4,600 ล้านบาท เติบโต 92% (จากเดิมที่คาดโต 80%) และเรายังคงใช้สมมุติฐานการตั้งสำรองเชิงอนุรักษ์นิยมที่ 56 ล้านบาท ในขณะที่ช่วง 1H17 บริษัทตั้งไปเพียง 13 ล้านบาท เท่านั้น ด้วย NPL ที่ยังคงต่ำเพียง 3.6% เรามองว่ามีโอกาสที่การตั้งสำรองฯ จะน้อยกว่าที่เราคาด

อัพไซด์จากการเปิด FIXMAN ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ

สำหรับการเปิดศูนย์ซ่อมรถยนต์ “FIXMAN” ที่ร่วมกับกลุ่ม PFS เมื่อต้นเดือน กค.ที่ นวมินทร์ และจะเปิดเพิ่มให้ครบ 4 จุดปีนี้ คาดเร็วๆนี้จะเปิดที่ศรีนครินทร์ กับ กาญจนาภิเษก วางแผนปีหน้าจะมีสาขาราว 14 สาขา โดยปี 2020 เชื่อว่าเป้าหมายศุนย์บริการ FIXMAN จะอยู่ที่ 50 สาขา เบื้องต้นเราประเมินจะเพิ่ม EPS ปี 2018 ราว 0.04 บ. จากการเปิด FIXMAN ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในคาดการณ์