ยกทะเลสาบมาไว้ใจกลางเมือง กับ "คริสตัล ลากูนส์" (มีคลิป)
การเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจอสังหาริมทรพย์เป็นเรื่องสำคัญ หากห้องพักหรือบ้านไหนมีวิวที่สวยงาม อย่างทะเลสาบ
ก็จะทำให้เจ้าของโครงการขายได้ในราคาที่สูงขึ้น จึงมีความต้องการของทะเลสาบเทียมเพิ่มมากขึ้นในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
มร.ไฮเม่ ริเวร่า ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท คริสตัล ลากูนส์ จำกัด เปิดเผยว่าทะเลสาบน้ำจืดหรือลากูนเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ระดับรายได้สำหรับการท่องเที่ยวทะลหรือบีชไลฟ์ (Beach Life) อย่างพัทยา หัวหิน กระบี่ หรือภูเก็ต มีจำนวนไม่มาก และมีค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งค่อนสร้างสูง จึงปิดช่องว่างทางการตลาดนี้ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีการสร้างทะเลสาบน้ำจืดในพื้นที่โครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งทำให้ทัศนียภาพสวยงามขึ้น และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 30-40 เปอร์เซ็นต์โดยอ้างอิงจากราคาขายของกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการเดิมในต่างประเทศสำหรับโครงการที่อยู่อาศัย และจะเป็นจุดขายช่วยเพิ่มอัตราการเข้าพักช่วงโลว์ซีซั่นกับอัตราค่าบริการห้องพักในช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงแรมด้วย
ล่าสุด ทางคริสตัล ลากูนส์ขยายธุรกิจเพิ่ม โดยนำเสนอทะเลสาบน้ำจืดเพื่อการใช้งานสาธารณะ(Public Access Lagoons-PAL) สำหรับการใช้งานของประชาชนทั่วไปเพื่อเพิ่มฐานรายได้ และโอกาสในการพัฒนาธุรกิจระยะยาว โดยตั้งเป้าใช้สวนน้ำเป็นธุรกิจเพื่อความบันเทิงในรูปแบบของ สวนสนุกและสวนน้ำ หรือ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หวังเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจของครอบครัวในช่วงวันหยุด และกิจกรรมขององค์กรภาครัฐ และการศึกษาในช่วงวันทำงาน เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่มากที่สุด โดยใช้พื้นที่ของเอกชนสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก
มร.ไฮเม่ มองศักยภาพตลาดการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ยังจะเติบโตต่อเนื่องรองรับนักท่องเที่ยวจากจีน และประเทศอื่นๆ ที่นิยมเดินทางมาพักผ่อน ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจคริสตัลลากูนส์ด้วย นอกจากนี้ยังขยายธุรกิจในประเทศกลุ่มอาเซียน อย่างมาเลเซีย และเวียตนามซึ่งชนชั้นกลางเพิ่ม และมีกำลังซื้อมากขึ้น






