วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (4 ก.ย.60)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลังโรงกลั่นยังคงปิดดำเนินการจากผลกระทบพายุ Harvey

+/- ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ต้องหยุดดำเนินการถึง 1 ใน 4 ของกำลังการผลิตทั้งหมด เนื่องจากผลกระทบของพายุ Harvey ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในช่วงวันหยุดวันแรงงานของสหรัฐ โดยพายุ Harvey ได้ลดความแรงลงเป็นพายุดีเปรสชั่นหลังได้เคลื่อนตัวเข้ามาในเมือง ซึ่งส่งผลกระทบให้มีผู้เสียชีวิต 40 รายและการเกิดน้ำท่วมทำให้โรงกลั่นน้ำมันต้องหยุดดำเนินการถึง 4.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการหยุดดำเนินการครั้งใหญ่ที่สุด

+ รัฐบาลสหรัฐ ได้อนุญาติให้นำน้ำมันดิบในคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserves หรือ SPR) ออกมาใช้ โดยมีการดึงน้ำมันดิบออกมาเพิ่มเติม 3.5 ล้านบาร์เรล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มเติมจาก 1 ล้านบาร์เรลที่นำออกมาเพื่อส่งให้โรงกลั่นน้ำมันใน Louisiana ที่ยังสามารถเปิดดำเนินการได้อยู่

+ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวลดลงจำนวนมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเร่งการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อรองรับกำลังการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากพายุ Harvey โดยปริมาณน้ำมันดิบปรับลดลง 5.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.9 ล้านบาร์เรล

+ โรงกลั่นน้ำมันในเท็กซัสบางส่วนได้เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้ง โดยโรงกลั่นน้ำมัน Marathon Galveston Bay ได้กลับดำเนินการที่กำลังผลิตร้อยละ 45 ของกำลังการผลิตทั้งหมด และโรงกลั่นน้ำมัน Citgo Petroleum ที่กำลังการกลั่นอยู่ที่ 157,500 บาร์เรลต่อวันกำลังจะเริ่มดำเนินการอีกครั้ง

ราคาน้ำมันเบนซิน ตลาดปิดเนื่องจากวันหยุด Hari Raya Haji

ราคาน้ำมันดีเซล ตลาดปิดเนื่องจากวันหยุด Hari Raya Haji

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • การปรับลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดว่าจะชะลอตัว เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดิบเพื่อกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวลดลง หลังพายุ Harvey ทำให้โรงกลั่นน้ำมันดิบ ท่าขนส่งน้ำมันดิบ แท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ และท่อขนส่งน้ำมันหลายแห่งต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีโรงกลั่นบางโรงที่ไม่ได้ปิดชั่วคราวจำเป็นต้องลดอัตราการกลั่นลง
  • ติดตามพายุ Harvey ในอ่าวเม็กซิโกที่เคลื่อนตัวเข้าชายฝั่งทางทะเลทิศใต้ของรัฐเท็กซัส ซึ่งล่าสุดได้มีการปรับลดระดับจากพายุโซนร้อนเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว ว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันเป็นระยะเวลานานหรือไม่ หลังพายุดังกล่าวส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมัน และแหล่งผลิตน้ำมันดิบบางแห่งในสหรัฐหยุดดำเนินการ และความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลง โดยล่าสุดมีรายงานว่าโรงกลั่นที่ต้องหยุดดำเนินการมีกำลังการผลิตรวมกันมากกว่า 4.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นราวร้อยละ 24 ของกำลังการผลิตของโรงกลั่นในสหรัฐ ทั้งหมด
  • จับตาสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศลิเบีย ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับตัวลดลงราว 360,000 บาร์เรลต่อวัน หลังล่าสุดผู้ก่อความไม่สงบปิดท่อขนส่งน้ำมันดิบ ส่งผลให้แหล่งผลิตน้ำมันดิบทั้งหมด 3 แหล่งได้แก่ El Sharara, El Feel และ Hamada ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว