เส้นทางซื้อของแลก “แสตมป์” จากเซเว่นฯถึงตลาดนัด

เส้นทางซื้อของแลก “แสตมป์” จากเซเว่นฯถึงตลาดนัด

ยอดขายของร้านเซเว่น อีเลฟเว่นฯแต่ละปีมีไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ช่วงที่มีการกระตุ้นยอดขาย ด้วยแคมเปญการตลาดที่คึกคักที่สุด คือช่วงเหงาที่สุดของการจับจ่ายใช้สอยในแต่ละปี คือช่วงหน้าฝน โดยมี “แสตมป์”เป็นอาวุธ และนี่คือโอกาสของคนขายแสตมป์

             จากการสำรวจธุรกิจขายแสตมป์ที่ประกาศขายในโซเชียล อย่างเช่น เฟซบุ๊กเพจแห่งหนึ่ง พบว่ามีการประกาศทำธุรกิจเป็นช่วงๆ  ใน เวลาที่เซเว่นฯ มีโปรโมชั่นแลกแสตมป์เฉลี่ยปีละครั้ง โดยชูจุดขายว่า  “ทางลัด ไม่ต้องสะสม”  อาชีพนี้ตอบโจทย์ลูกค้าบางคนที่อยากได้ของที่เซเว่นฯเตรียมไว้ให้ลูกค้าแลก แต่รอสะสมไม่ไหว จึงยอมทุ่มทุนซื้อแสตมป์ทางออนไลน์  นอกจากเซเว่นฯแล้ว แสตมป์โลตัส ก็มีคนมาโพสต์ขายกันจำนวนมากเช่นกัน

             เจ้าของเพจขายแสตมป์เซเว่นฯรายหนึ่ง อธิบายว่า ทำธุรกิจนี้ต่อเนื่องมาประมาณ 2-3 ปี วิธีการคือไปซื้อของจากเซเว่นฯมา  แล้วได้แสตมป์จำนวนหนึ่ง ก็ประกาศขายครั้งละ 100 ดวง หรือ 200 ดวงบ้าง ส่วนราคาขาย เช่น ดวงละ 1 บาท ก็ขาย 1 บาท 50 สตางค์ โดยเฉลี่ยขายได้กำไรดวงละ 50 สตางค์ แต่ก็ขึ้นกับลูกค้าที่ In Box มาคุยด้วย โดยคอนเซปต์ คือซื้อมากก็ได้ส่วนลดอีกต่างหาก

               ถามว่าแล้วของต่างๆ ที่ซื้อนั้นต้องมากมายแค่ไหน ถึงจะได้แสตมป์มากพอที่จะมาขายต่อ และเอาของไปใช้ทำอะไรมากมาย ???

           เจ้าของเพจรายนี้ เปิดเผยว่าที่ไปซื้อของมาจำนวนมากได้ เพราะมีอาชีพขายของในตลาดนัดอยู่แล้ว โดยเลือกซื้อสินค้าจากเซเว่นฯ ที่คิดว่าขายในตลาดนัดได้แน่นอน อย่างพวกสินค้าที่คนใช้ในชีวิตประจำวัน สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม หรือสินค้าที่เซเว่นฯมีโปรโมชั่นแลกแสตมป์ได้จำนวนมากๆ นอกจากได้ของมาขายแล้ว  ก็ยังได้กำไรจากการขายแสตมป์ต่อด้วย

            การขายแสตมป์ทางออนไลน์นี้ มีมาหลายปีแล้ว เมื่อสอบถามไปยังบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน)  เจ้าของร้านเซเว่นฯ ก็ได้รับคำชี้แจงว่าเป็นสิทธิของลูกค้าที่คิดลงทุนในรูปแบบนี้ เพราะเป็นการไปซื้อของแล้วได้แสตมป์ตามเงื่อนไขอยู่แล้ว

         เรียกได้ว่า “แสตมป์” ดวงเล็กๆ นอกจากสร้างอาชีพใหม่ ยังมีพลังมหาศาลที่ช่วยเสริม ส่งรายได้เซเว่นฯ เติบโตในช่วงโลว์ซีซั่นด้วย

            พลังแสตมป์ ที่เซเว่นฯ ทำมานานประมาณ 10 ปีนี้ พิสูจน์ได้ว่าส่งให้มีรายได้ทะลุหลักสองแสนล้านบาท เฉลี่ยทั้งปีรายได้โตกว่า 10% กำไรสุทธิโตกว่า 20%

            อย่างในปี 2559  ตามที่ซีพีออลล์แจ้งผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ  เฉพาะในส่วนธุรกิจร้านสะดวกซื้อ เซเว่นฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ 256,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 25,252 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.9%  มีกําไรสุทธิเท่ากับ 14,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  23.9% จากปีก่อน

            นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่นอีก 17,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,079 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22%   เพราะการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าสิทธิ และรายได้ที่เกี่ยวข้องกับค่าสิทธิ รวมถึงรายได้ค่าส่งเสริมการขาย ซึ่งเกิดจากการจัดรายการส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย เช่น รายการสิทธิแลกซื้อสินค้า รายการแสตมป์ สะสมแลกของที่ระลึก เป็นต้น

            ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรก และไตรมาสแรกของปีนี้ ที่ยังไม่มีแคมเปญแลกแสตมป์ รายได้เติบโตเพียงประมาณ 5-7% เท่านั้น ด้วยสถิติที่มีสาขาแล้วทั้งหมด 10,007 สาขา มีรายได้รวมประมาณ 800 ล้านบาทต่อวัน หรือเฉลี่ยสาขาละ 79,613 บาทต่อวัน ลูกค้าเข้าร้านเฉลี่ยสาขาละ 1,194 คนต่อวัน เฉลี่ยยอดซื้อคนละ 67 บาทต่อหนึ่งใบเสร็จ

เส้นทางซื้อของแลก “แสตมป์” จากเซเว่นฯถึงตลาดนัด

          “แสตมป์” สะดวกซื้อแลกของ เป็นอาวุธในการทำธุรกิจ เป็นของคู่กันที่มาในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว  ธุรกิจที่พยายามปรับตัว หากลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้าถูกใจ ก็สามารถสร้างยอดขายได้ โดยเซเว่นฯ ปักธงจัดโปรโมชั่นนี้มานานกว่า 10 ปี มีของแลกต่าง ๆ ตั้งแต่ เก้าอี้นั่งเล่น ไปจนถึงกล่องข้าว หรือนำไปใช้เป็นส่วนลดซื้อของครั้งต่อไป

            แน่นอนว่าเมื่อเป็นโมเดลที่มีคนทำสำเร็จ ก็ต้องมีคู่แข่งทำเช่นกัน กลยุทธ์แสตมป์ จึงมีอีกรายที่สร้างความคึกคักในการแข่งขันนี้   คือ “เทสโก้ โลตัส” และที่ทำต่อเนื่องมาได้ยาวนาน เพราะทั้งสองค่ายต่างคอนเฟิร์มว่า “พลังแสตมป์” ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่าปกติประมาณ 5-10% ของยอดขายแสนล้านเลยทีเดียว