New norm of backlog = New norm of valuation
ประเด็นการลงทุน
เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (จากเดิมขาย ซึ่งราคาหุ้น underperform ตามคาด หลังจากบริษัทประกาศงบ 2Q17 อ่อนแอ) ... 1) คาดกำไร 2H17 จะเติบโต 70%YoY โดยรายได้ที่เราคาดการณ์ มี Backlog รองรับไว้หมดแล้ว 2) Backlog กำลังจะแตะระดับ 2,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้จากการรับงานรถไฟฟ้าสายสีส้มที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 3) การประมูลงานภาครัฐในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า จะผลักดัน Demand งานรากฐาน (กำแพงกันดิน – เข็มเจาะ) และเกิด Supply shortage หนุนให้มาร์จิ้นสูงขึ้น เรามองว่าด้วย Outlook อุตสาหกรรมที่สดใสที่สุดในรอบหลายปี และด้วย New Norm Backlog ที่สูงขึ้นจนรองรับรายได้ล่วงหน้าไปถึง 1 ปี (ก่อนหน้านี้รองรับแค่ครึ่งปี) เราคาดราคาหุ้นจะเทรดบน New Norm Valuation สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 19.00 บาท อิง P/E 27 เท่า (+2SD เหนือค่าเฉลี่ยในอดีต)
ผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q17 ไปแล้ว … 2H17 กลับสู่ Growth mode
บริษัทรายงานกำไร 2Q17 ที่ 38 ล้านบาท อ่อนตัวลง 37%QoQ และเติบโตเพียง 7%YoY อ่อนตัวเพราะรายได้รับรู้เข้ามาเพียง 338 ล้านบาท อ่อนตัวลง 37%QoQ และ 28%YoY จากวันหยุดเยอะในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ผลผลิตของงาน (production) ลดลงจากช่วง 1Q17 สำหรับ 2H17 คาดกำไรจะกลับมาสู่โหมดการเติบโตอีกครั้ง คาดกำไร
เติบโตราว 70% YoY คาดจะรับรู้รายได้ในช่วง 2H17 เกือบ 1,000 ล้านบาท จาก Backlog ที่มีรองรับไว้หมดแล้ว ส่งผลให้รายได้ 2H17 เติบโตขึ้นราว 10%YoY สูงกว่า 1H17 ราว 10% เช่นกัน ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดสูงขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งมีการปิดงานและ revised ต้นทุนเพิ่มในโครงการพรานนก
Backlog จะสูงระดับ 2,000 ล้านบาท ในสิ้นปีนี้
ปัจจุบันบริษัทมี backlog สูงราว 1,700-1,800 ล้านบาท และคาดจะขึ้นสู่ระดับ 2,000 ล้านบาท จากการรับงานรากฐานของรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่จะเริ่มสร้างได้ปลายปีนี้ เบื้องต้นคาดบริษัทจะได้รับงานในสัดส่วนที่มีนัยยะหนุนให้ backlog รองรับรายได้ไปอีก 4 ไตรมาสข้างหน้า เรามองว่าด้วย backlog จำนวนมากจะเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของบริษัทหนุนให้รายได้มีเสถียรภาพมากขึ้น กว่าสมัยก่อนปี 2016 บริษัทมี backlog รองรับรายได้ราวๆ 2 ไตรมาสล่วงหน้าเท่านั้น นอกจากนี้ backlog ของบริษัท เรามองว่าเป็น backlog ที่มีคุณภาพและคาดจะมีมาร์จิ้นที่ดี เพราะส่วนใหญ่เป็นการรับงานเข้ามาในช่วง 1H17 ที่มีการแข็งขันในระดับที่เหมาะสม และมีงานเฉพาะค่าแรงที่มาร์จิ้นดีอยู่มากกว่า 50%
การประมูลโครงการภาครัฐฯ จะดูด Supply ผู้รับเหมารากฐาก
การประมูลโครงการรถไฟรางคู่ 7 สัญญามูลค่ารวม 6 หมื่นล้านบาทจะเกิดขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า 1) วันที่ 31 ส.ค. สายประจวบฯ-ชุมพร 2 สัญญา มูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านบาท 2) ต้นเดือน ก.ย. ลพบุรี-ปากน้ำโพธิ์ 2 สัญญา มูลค่ารวม 2.1 หมื่นล้านบาท 3) มาบกะเบา-จิระ 3 สัญญา มูลค่ารวม 2.6 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ TOR ของรถไฟฟ้าสายสี
ม่วงมูลค่า 1 แสนล้านบาท คาดจะออกมาได้ในช่วง 4Q17 เราคาดจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดัน Demand งานรากฐาน (กำแพงกันดิน – เข็มเจาะ) และเกิด Supply shortage หนุนให้มาร์จิ้นสูงขึ้น








