บอร์ดจีพีเอสซีมีมติจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.45 บาท วันที่ 11ก.ย.
ดร.เติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติการจ่ายปันระหว่างกาล เป็นเงินสดจำนวน 0.45 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นวงเงินการจ่ายปันผลครั้งนี้ ประมาณ 674.24 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43% ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม โดยจ่ายปันผลครั้งนี้จากกำไรสะสมที่ยังไม่มีการจัดสรร ในส่วนที่ได้รับยกเว้นภาษีจากสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และไม่ได้รับเครดิตในการคำนวณภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ ของประมวลรัษฎากร
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 29สิงหาคม 2560 และปิดสมุดทะเบียน พักการโอนหุ้นในวันที่ 30 สิงหาคม 2560 โดยจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2560
การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งนี้ เป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานที่ดีและผลประกอบการทีเติบโตในอนาคต ซึ่งขณะนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแผนในการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการและบริหารโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่เหลือของปี จะมีโครงการที่เข้าสู่ระบบการเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ (COD) อีกจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้า ไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ ระยะที่ 2 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อิจิโนเซกิ โซล่าร์ พาวเวอร์ ในประเทศญี่ปุ่น ที่จะมีการรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ส่งผลให้บริษัทฯ มีสัดส่วนกำลังการผลิตฟ้าคิดเป็นจำนวนเมกกะวัตต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่จะเข้าระบบและสามารถจ่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี2561 จนถึงปี 2562 ซึ่งบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นผู้พัฒนาวางระบบเพื่อการต่อยอดธุรกิจไฟฟ้าแห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมกักเก็บพลังงานEnergy storage system (ESS) เพื่อสร้างความมั่นคงระบบพลังงานทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ GPSC ถือหุ้นโดย บมจ.ปตท. (PTT) ในสัดส่วน 22.6% บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) 22.7% บมจ.ไทยออยล์ (TOP) 8.9% บจ. ไทยออยล์ พาวเวอร์ (TP) 20.8% และนักลงทุนทั่วไป 25%
GPSC แกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท. ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) รวมประมาณ 1,922 เมกะวัตต์ ไอน้ำรวมประมาณ 1,582 ตันต่อชั่วโมง น้ำเย็นรวมประมาณ 12,000ตันความเย็น และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมรวมประมาณ 2,080 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง






