วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KCE - ซื้อ

อดทนเวลาที่ฝนพรำ...รอวันเวลาที่ฝนจาง

ประเด็นการลงทุน

ประเด็นความกังวลในความสามารถการเติบโตของกำไรจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น แต่เรายังเชื่อว่าการเติบโตของกำไรของบริษัทในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากอุปสงค์ของ PCBs ในกลุ่มยานยนต์ที่ยังดีต่อเนื่อง, การขยายกำลังการผลิตและราคาแผ่นทองแดงที่เริ่มทรงตัว เรามองว่ากำไรในไตรมาส 1/60-2/60 เป็นจุดต่ำสุด และจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกำไรของบริษัทยังคงถูกดดันจากความไม่แน่นอนของทิศทางราคาแผ่นทองแดง รวมทั้งการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท อีกทั้ง เราคาดว่าตลาดจะมีการปรับลดกำไรของ KCE ลง เนื่องจากกำไรหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 คิดเป็น 41% ของประมาณการทั้งปีของตลาดทั้งนี้เรายังคงแนะนำให้รอคอยสัญญาณการฟื้นตัวของกำไร และทิศทางที่
ชัดเจนของปัจจัยภายนอก เพื่อรอจังหวะการเข้าซื้ออีกครั้ง


ไตรมาส3/60—กำไรปรับตัวดีขึ้น QoQ

เราประมาณการกำไรหลักไตรมาส 3/60 อยู่ที่ 700-750 ล้านบาท เทียบกับ 778 ล้านบาทในไตรมาส 3/59 และ 616 ล้านบาทในไตรมาส 2/60 ผลประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด, ประสิทธิภาพการผลิตของโรงงานใหม่ ที่ดีขึ้น, การขยายกำลังการผลิต และการควบคุมบริหารต้นทุนจะช่วยลดผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับดอลล่าสหรัฐ รวมทั้งราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้น ในขณะที่การปรับตัวที่ดีขึ้น QoQ ของกำไรเป็นไปตามฤดูกาล โดยอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะลดลง YoY ( เนื่องจากผลกระทบจากราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้น) แต่เพิ่มขึ้น QoQ (การประหยัดต่อขนาด) เราคาดว่า KCE จะบันทึกรายรับจากเงินประกันภัยที่ 50 ล้านบาท (ไม่รวมการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก) ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจรใน เดือน มิ.ย.

คาดช่วงครึ่งปีหลัง 2560 ราคาแผ่นทองแดงทรงตัว

ต้นทุนการผลิตแผ่นทองแดงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ( 4.6 เหรียญสหรัฐต่อกก.ในเดือน พ.ค., 4.3เหรียญสหรัฐต่อกก. ในเดือน มิ.ย., 4.2 เหรียญสหรัฐต่อกก. ในเดือนก.ค. และ 4เหรียญสหรัฐต่อกก. ในเดือน ส.ค.) แม้ว่าราคาเฉลี่ยทองแดง (spot copper price) จะปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่คาดจะถูกหักลบกับต้นทุนการผลิตแผ่นทองแดงที่ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ต้นทุนการผลิตแผ่นทองแดงปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 11.5 เหรียญสหรัฐต่อกก. ใน เดือน มี.ค. และเริ่มปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 9.85 เหรียญสหรัฐต่อกก. ใน เดือน ส.ค. แผ่นทองแดงในสต๊อกของผู้ผลิตเริ่มเพิมขึ้น ทำให้เราเชื่อว่าราคาแผ่นทองแดงจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เข้าหาจุดสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน เนื่องจากราคาแผ่นทองแดงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้เกิดผลกระทบวงกว้างทั้ง KCE และคู่แข่ง เราคาดว่าจะทำให้ยอดขายเฉลี่ยในปีหน้าลดลงเพียง 0.5%- 1% เทียบกับที่ลดลง 2-3% ในอดีต

ตลาด PCB ในยานยนต์ยังแข็งแกร่ง

KCE เริ่มหันมามุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (high layers และ HDI PCBs), ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเป็นอย่างมากในปี 2561-62 โดยในปัจจุบัน HDI PCBs เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ADAS โดยกำลังเติบโตอย่างช้าๆ หากแต่ในระยะยาว เรามองว่าตลาดจะเติบโตอย่างรวดเร็วอีกทั้งตลาดนี้ยังมี Barrier to Entry ที่สูง (การผลิตซับซ้อนกว่า low layers). รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของรถยนต์ไฮบริด, รถยนตร์ไฟฟ้า และ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ยังเป็นตัวผลักดันความต้องการของ PCBs ในตลาดยานยนต์ในอนาคต