หวั่นฟองสบู่ "หุ้นไอทีแนสแด็ก" ไทยพาณิชย์ชี้พี/อีแตะ 93 เท่า แนะหาจังหวะขายทำกำไร
บลจ.ไทยพาณิชย์ เตือนระวังฟองสบู่หุ้นไอทีในตลาดแนสแด็ก หลัง “พีอี” พุ่งแตะ 93 เท่า เผยสมัยวิกฤติฟองสบู่ดอตคอมค่าพีอีในตลาดแนสแด็กสูงเกินกว่า 100 เท่า หลังจากนั้นหุ้นร่วงกว่า 78% แนะผู้ลงทุนในกองโกลบอลดิจิตอล หาจังหวะขายทำกำไร
นายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วงนี้ นักลงทุนควรต้องระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้ฟองสบู่ในกลุ่มเทคโนโลยีได้เกิดขึ้นแล้วโดยที่ ที่หลายคนยังไม่ทราบ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าฟองสบู่จะแตกเมื่อไหร่
“สถานการณ์ตอนนี้ จะคล้ายกับเหตุการณ์ในอดีตช่วงปี 2540-2543 ที่เกิดภาวะฟองสบู่ดอตคอมหรือฟองสบู่ไอที สำหรับภาวะดังกล่าว คือ ภาวะการเก็งกำไรอันเกินควรของตลาดหลักทรัพย์ภาคเทคโนโลยี”
ส่วนเหตุผลที่มองว่าภาคเทคโนโลยีได้เกิดภาวะฟองสบู่ในขณะนี้ เนื่องจาก อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ตลาด NASDAQ ซึ่งเป็นตลาดที่มีธุรกิจเทคโนโลยีอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วช่วงวันที่ 24-28 ก.ค.2560 P/E อยู่ที่ 93 เท่า หากย้อนกับไปดูช่วงที่เกิดฟองสบู่ดอตคอมเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา P/E ตลาด NASDAQ ได้มีการขยับตัวสูงขึ้นขึ้นเกินกว่า 100 เท่า และหลังจากนั้นตลาดก็ทรุดลง 78% ร่วงจาก 5,100 จุดมาเป็น 1,100 จุด จึงกลายเป็นฟองสบู่ดอตคอม
ขณะที่ประเทศประเทศไทยช่วงนั้น นายสมิทธ์ มองว่า ยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว ทำให้คนไทยจำฟองสบู่ดอตคอมไม่ได้ ส่วนตอนนี้ valuation (ประเมินมูลค่า) ตลาดดังกล่าวดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลมากนัก
ดังนั้น ลูกค้าที่ลงทุนกับบลจ.ไทยพาณิชย์ โดยเฉพาะลงทุนผ่านกองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอลดิจิตอล (SCBDIGI) หรือ ลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีควรหาจังวะขายทำกำไรออกไปบ้าง อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวมองว่ายังคงเป็นเทรนการลงทุนในระยะยาว แต่การลงทุนนั้นควรจะต้องดู valuation ประกอบ ด้วย
“ช่วงที่ผมทำงานอยู่ต่างประเทศ ตอนนั้นลงทุนในหุ้นกูเกิลกำไรสูงถึง 1,500% พอขายออกไปก็ขึ้นไปอีก 100,000% แต่ตอนนี้ต้องมาดู valuation ของกลุ่มเทคโนโลยีด้วย ในขณะนี้หลายเจ้าดูไม่สมเหตุสมผล ถ้าดูพีอีเฉลี่ยของตลาด NASDAQ อยู่ที่ 93 เท่า ก็จะมีคนปกติที่อยู่ 20 เท่า 30 เท่าอยู่ส่วนหนึ่ง ก็ต้องแสดงว่ามีส่วนที่ 200 เท่า 300 เท่า 400 เท่าอยู่ในนั้นด้วย และในตลาด NASDAQ มีเทคโนโลยีเกินครึ่ง
นายสมิทธ์ กล่าวว่า กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอลดิจิตอล (SCBDIGI) ของบริษัทนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนอยู่ในระดับที่ดี โดยอยู่ที่ 24% อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ที่ลงทุนในกองทุนดังกล่าว ควรหาจังหวะขายทำกำไรบ้างเพื่อลดความเสี่ยงสำหรับภาวะฟองสบู่เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ก็ยังเชื่อว่ากลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นเทรนลงทุนในระยะยาวอยู่






