บจ.เล็ก 'เลื่อน' เข้าตลาด

บจ.เล็ก 'เลื่อน' เข้าตลาด

บจ.เล็ก "เลื่อน" เข้าตลาด วิกฤติซีเอฟโอขาดแคลน

เกณฑ์ไอพีโอใหม่กระทบหุ้นเล็กชะลอแผนเข้าตลาด ที่ปรึกษาระบุคุณสมบัติซีเอฟโอสูง-ดันค่าตัวพุ่ง หวังก.ล.ต.ผ่อนคลายเกณฑ์การอบรมดีขึ้น

หลังจากมีการปรับเกณฑ์การเข้าเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรก(ไอพีโอ) ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่ามีบริษัทขนาดเล็ก ที่เตรียมเข้าระดมทุนหลายรายได้เลื่อนแผนออกไป 

แหล่งข่าววงการที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากการติดหลักเกณฑ์การนำบริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ปรับปรุงใหม่ ทั้งเกณฑ์กำไรและเกณฑ์ผู้บริหารด้านการเงินที่เข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการจัดหาการสรรหาผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงินของบริษัท หรือ CFO - Chief Financial Officer ที่ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คุณสมบัติค่อนข้างสูง ทำให้ค่าจ้างของกลุ่มคนดังกล่าวสูงมากกว่าปกติ รวมทั้ง ปัญหาเรื่องการฝึกอบรมที่สำนักงานได้กำหนดไว้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ต้องการเข้าระดมทุน

นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด กล่าวว่า การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น มีความเข้มงวดมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งบริษัทที่จะได้รับผลกระทบคือบริษัทขนาดเล็ก ในการสรรหาผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงินของบริษัท หรือ CFO - Chief Financial Officer ที่ยากมากขึ้น จากการยกระดับหลักเกณฑ์ใหม่ของสำนักงานก.ล.ต.

ส่วนปัญหาอีกด้านหนึ่ง คือการเปิดอบรมเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดนั้น จะมีปัญหาด้านความไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งอาจเป็นเพราะก.ล.ต.ต้องการคุมเรื่องคุณภาพของการอบรม ซึ่งเชื่อว่าสำนักงานน่าจะมีการผ่อนผันให้ในอนาคต เกณฑ์ที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนต้องมีกำไร 10 ล้านบาทขึ้นไปนั้น อาจประสบปัญหากับบางบริษัทบ้าง เนื่องจากผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาอาจไม่ดีนัก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้บางบริษัทต้องเลื่อนแผนเข้าระดมทุนออกไปและเชื่อว่าจะคึกคักอีกครั้งในปี 2561

นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่าย สื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน สำนักงานก.ล.ต. กล่าวว่า การกำหนดคุณสมบัติ ซีเอฟโอ และสมุห์บัญชี มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพงบการเงิน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก โดยซีเอฟโอควรต้องเป็นผู้มีความรู้ ประกอบกับนวัตกรรมด้านการเงินที่เกิดขึ้นใหม่ทุกวัน มาตรฐานการบัญชีก็มีการเปลี่ยนแปลงและต้องปรับตัวตามให้ทัน ดังนั้นซีเอฟโอและสมุห์บัญชีจึงต้องพัฒนาความรู้ใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ จึงกำหนดให้ซีเอฟโอต้องจบระดับปริญญาตรี ซึ่งเป็นสาขาใดก็ได้ และมีประสบการณ์ทำงานมาไม่น้อยกว่า5ปี (หากมีประสบการณ์ด้านบัญชีหรือการเงินเพียง3ปี) และเฉพาะซีเอฟโอ (ไม่รวมสมุห์บัญชี) ต้องทำงานกับบริษัทอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำงานอยู่