วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (27 ก.ค.60)

ยังอยู่ในทิศทางแกว่งตัวขึ้นหลังไม่มีข้อมูลใหม่จาการประชุม FOMC

บรรยากาศหุ้นโลกโดยรวมยังเป็นบวกหลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามตลาดคาด ขณะที่แม้มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำที่พูดถึงการเริ่มลดขนาดงบดุลเป็น “ในไม่นานนี้” (จากเดิม “ในปีนี้”) แต่ประเด็นดังกล่าวอยู่ในความคาดหมายของตลาดอยู่แล้ว เรายังให้น้ำหนักตลาดมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1590-1600 จุดในรอบนี้ อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ ที่เกิดจากมุมมองเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงน่าจะเริ่มมีระดับของการอ่อนค่าต่อได้จำกัด ทำให้ความเสี่ยงจากความผันผวนจะสูงขึ้นในช่วงปลายก.ค.-ต้นส.ค.นี้

ภาพรวมกลยุทธ์: 1) ระวังแรงทำกำไรในหุ้นที่คาดงบไตรมาส 2/60 จะออกมาดีอย่าง JMART, SYNEX, SIS หลังราคาปรับขึ้นมาก 2) กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลโดนผลกระทบกฎหมายคุมสินเชื่อรายย่อยใหม่ แต่ไม่กระทบการปล่อยกู้มีหลักประกัน เราชอบ TK*, S11*, SINGER* 3) ยังเลือกลงทุนหุ้นในประเทศ ท่องเที่ยว รวมถึงหุ้นฟื้นตัว ได้แก่ SCB, KBANK, MONO, ERW, MINT, TK*, TSR, AMANAH*, GCAP*, SIMAT การเก็งกำไรเน้นเลือกหุ้นที่ยัง Laggard และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง // หุ้นแนะนำ IRPC, SCB, BANPU* //เก็งกำไร SINGER*, TK*

ประเด็นการลงทุน

คาดเฟดเริ่มลดงบดุลก.ย. - คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.00-1.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ และส่งสัญญาณที่จะเริ่มปรับลดงบดุลในเดือนก.ย. จากปัจจุบันที่ระดับ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเปลี่ยนแปลงการใช้ถ้อยคำในแถลงการณ์จากเดิมที่ใช้คำว่า 'ในปีนี้' เป็น 'ในไม่ช้า' ซึ่งตลาดคาดว่าจะเกิดขึ้นในรอบการประชุมก.ย.

โภคภัณฑ์ - สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ หลังจากรายงานของ EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 7.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 2.6 ล้านบาร์เรล และเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันสัปดาห์ที่ 4 ดัชนีค่าระวางเรือ BDI ปิดวันทำการล่าสุดที่ 968.00 จุด ลดลง 12.00 จุด, -1.22%

NPL – Fitch rating ระบุ ธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์จากกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ดังกล่าวน่าจะช่วยชะลออัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งเรามองจะทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารถูก re-rate ขึ้น การพักฐาน/ทำกำไร (ปลายก.ค.-ต้นส.ค.) เป็นโอกาสทยอยซื้อ SCB, KBANK, BBL

ท่องเที่ยว – รองนายกรัฐมนตรีสมคิด สั่งเร่งผลักดัน ท่องเที่ยวชุมชน ททท.เล็งเสนอมาตรการภาษีจูงใจอีก 2 สัปดาห์ กระตุ้นเที่ยวปลายปี คาดส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในทิศทางการฟื้นตัวจากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญในปีก่อน โดยเราชอบ ERW และ MINT

TPIPP – โครงการ TG6 โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะขนาด 70MW ได้รับอนุมัติ EIA ทำให้น่าจะเริ่มผลิตและขายไฟได้ตั้งแต่ ต.ค.นี้ คาดเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น ราคาเหมาะสมอิง concensus อยู่ที่ 8.20 บาท

FTE – เริ่มซื้อขายวันแรกวันนี้

ประเด็นติดตาม: 27 ก.ค. – งบ PTTEP, ADVANC / 1 ส.ค. – เปิดเสรี LPG / 10 ส.ค. – เปิดซองประมูลรางคู่ / 25 ส.ค. – ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว
แนวรับ 1575/แนวต้าน : 1590-1600 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)


หุ้นแนะนำ

• IRPC (6.70) : คาดกำไรปกติฟื้นตัวแข็งแกร่งจากการไม่มีปิดซ่อมบำรุงเช่นในไตรมาสแรก แม้กำไรสุทธิอาจชะลอตัวบ้างจากขาดทุนสต็อคน้ำมัน

• SCB (172) : ราคากลุ่มธนาคารมีโอกาสฟื้นตัวหลังแรงทำกำไรจากงบไตรมาส 2/60 ซึ่งโดยรวมออกมาตามคาด ขณะที่กลุ่มธนาคารโอกาสถูก re-rate ขึ้นจาก GDP ที่ดีขึ้นและ NPL ที่ชะลอตัวลง

• BANPU (24): คาดผลการดำเนินงานฟื้นตัวตามโรงไฟฟ้าหงสา ราคาปัจจุบัน underperform ลูกอย่าง ITMG จนอยู่ในจุดที่การซื้อหุ้นบ้านปู น่าสนใจ

• ประเด็นลงทุน: SINGER* (คาดผลการดำเนินงานฟื้นตัวต่อเนื่องหลังการปรับปรุงบัญชีและเร่งตั้งสำรองช่วงต้นปีที่ผ่านมา) / TK* (ซื้อขายที่เพียง PER 11 เท่า ปันผล 4.3% ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคและราคาสินค้าเกษตร บริษัทปรับเป้าการปล่อยกู้ขึ้นเป็น 10% จาก 5%