วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เมย์แบงก์มาเลย์' เมินถอนทุน

เมย์แบงก์มาเลย์ "เมินถอนทุน" ลุยปรับโครงสร้างบริษัทลูกในไทย-เพิ่มงบไอที ฟินันเซียไซรัสเร่งพัฒนาแอพพลิเคชั่นเทรดหุ้นร่วมกับพันธมิตรเกาหลี

กลุ่มเมย์แบงก์มาเลเซีย ยันไม่มีแผนขายบริษัทลูกในไทย พร้อมยกระดับเป็นกลุ่มประเทศที่สำคัญ ขณะที่ทุ่มงบลงทุนไอทีเน้นเทรดออนไลน์รักษาฐานลูกค้าเดิม มองการไหลออกเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนหยุด ลั่นครองมาร์เก็ตแชร์ปีนี้10 % ด้านบล.ฟินันเซียไซรัส พัฒนาแอพพลิเคชั่นเทรดหุ้นดึงพันธมิตรเกาหลี

นายธนัท วงษ์ชูแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าสายงานธุรกิจออนไลน์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) MBKET กล่าวว่า กลุ่มเมย์แบงก์มาเลเซีย ซึ่งมีฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย)ได้ยืนยันการดำเนินธุรกิจในไทยต่อไป และไม่มีแนวคิดจะขายธุรกิจใดๆ ทั้งนี้ทางกลุ่มจะยกระดับให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สำคัญที่สุดในดำเนินธุรกิจในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่า จะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

“กลุ่มเมย์แบงก์ยืนยันที่จะทำธุรกิจในไทย และยกระดับเป็นประเทศที่สำคัญที่สุดของกลุ่ม จะเน้นนโยบายด้านออนไลน์มากขึ้น และตั้งงบลงทุนเพื่อพัฒนาส่วนนี้ประมาณ 30 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าที่อยู่ที่ 10-20 ล้านบาทต่อปี เพื่อทดแทนการขาดหายไปของเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง”

ปัจจุบันบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง มีเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนรวมทั้งสิ้น 700 คน ลดลงจากช่วงก่อนหน้ามี800 คน ส่งผลให้อัตราการดูแลลูกค้าของเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน 1 คนต่อลูกค้า 250 คน ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมที่มีเจ้าหน้าที่แนะการลงทุน 1 คน ต่อ นักลงทุน 200 คน ดังนั้น จึงต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ในส่วนนี้อีก 200 คน เพื่อให้ครอบคลุมจำนวนลูกค้าที่มีอยู่ ขณะที่ปัญหาการไหลออกของเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของบริษัทคาดว่าจะจบลงแล้ว 

ส่วนลูกค้าของบริษัทบางส่วนที่หายไป ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดปรับลดลงเกือบ 2%นั้น ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว หันกลับมาส่งคำสั่งซื้อขายกับบริษัทอีกครั้ง ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายปีนี้มีจำนวนบัญชีใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 2.5หมื่นบัญชี จากต้นปีที่มีบัญชี 1.7 แสนบัญชี นอกจากนี้ บริษัทจะปรับนโยบายการให้บริการ โดยหันมาเน้นธุรกิจ จัดการความมั่งคั่งของลูกค้าหรือเวลธ์แมนเนจเม้นท์ และการซื้อขายตราสารหนี้เพิ่มเติม รวมถึงการขยายฐานนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้บริษัทรักษาส่วนแบ่งตลาด(มาร์เก็ตแชร์)ที่ระดับ10 %ไว้ได้อย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ตาม แผนการปิดสาขานั้นจากต้นปีมีการปิดสาขาที่ไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์ไปแล้ว 3 สาขา และมีแผนจะปิดสาขาเพิ่มอีก 3 สาขา ทำให้สิ้นปีจะเหลือจำนวนสาขาทั้งสิ้น 53 สาขา จากต้นปีที่ 59 สาขา

นางสาวปวริศา เลิศกิจคุณานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทจะเน้นการให้บริการนักลงทุนผ่าน แอพพลิเคชั่นมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ที่ให้ความสำคัญ ซึ่งบริษัทร่วมกันบริษัทหลักทรัพย์เน้นให้บริการนักลงทุนรายบุคคลอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลีพัฒนาแอพพลิเคชั่นช่วยเหลือนักลงทุนซื้อขาย โดยคาดว่าแอพพลิชั่นจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 1 ปี 2561

บริษัทมีผู้ที่ใช้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและเคลื่อนไหวเป็นประจำ20-30% ทำให้บริษัทจึงต้องพัฒนาแอพพิเคชั่น ซึ่งมีจุดเด่นคือการแนะนำนักลงทุนในจังหวะการเข้าซื้อหุ้นและขายหุ้นโดยกำหนดราคาซื้อขายที่ชัดเจน และมีอัตราการซื้อขายต่อครั้ง 60-70% และมีกำไรเฉลี่ยต่อการซื้อขาย 1 ครั้งที่ 3-4 %โดยหลังจากที่ได้ให้บริการกับนักลงทุนใน 1 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการชนะตลาดระดับสูง โปรแกรมการซื้อขายดังกล่าวจะมีความเสี่ยงในเรื่องการส่งคำสั่งที่เป็นราคาเปิดการซื้อขาย (ATO) ที่อาจมีผลกับราคาการซื้อขายได้ ดังนั้นบริษัทจึงเลือกลงทุนในหุ้นที่มีขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด150 อันดับแรก เพื่อป้องกันการมีผลกระทบกับราคาหุ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยง อีกด้านหนึ่งคือการไม่ซื้อขายตามคำแนะนำของบริษัทที่อาจทำให้นักลงทุนเกิดความเสียหายได้