วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KKP - ซื้อ

ส่องงบไตรมาส 2/60: กำไรต่ำคาด-จากขาดทุนการขายทรัพย์สิน

กำไรต่ำกว่าคาด 17%

KKP ประกาศกำไรไตรมาส 2/60 ที่ 1.2 พันล้านบาท ลดลง 9% YoY และ 22% QoQ ซึ่งผลประกอบการต่ำกว่าที่เราคาด 17% และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 20% หลักๆเนื่องจากธนาคารขาดทุนจากการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 47 ล้านบาท และขาดทุนจากการบันทึกด้อยค่าของสินทรัพย์ 163 ล้านบาทในไตรมาสนี้ สำหรับกำไรจากการดำเนินงานก่อนการตั้งสำรองฯ อยู่ที่ 2 พันล้านบาท สูงขึ้น 1% YoY และ 4% QoQ กำไรครึ่งแรกปี 2560 ของ KKP เติบโต 13% YoY มาอยู่ที่ 2.71 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 45% ของประมาณการปี 2560 ใหม่ของเราที่ 6 พันล้านบาท

ประเด็นหลักผลประกอบการ

สินเชื่ออยู่ที่ 1.84 แสนล้านบาท สูงขึ้น 2.8% QoQ และ 4.1% YoY นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน(หนุนโดยสินเชื่อบ้าน, บรรษัท, SMEs, และ O/D สำหรับลูกค้าบุคคลรายใหญ่—“Lombard loans”). ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 4.92% สูงขึ้น 12 bps YoY และ 24 bps QoQ การสูงขึ้น YoY มาจากสินเชื่อเติบโตแข็งแกร่งขึ้น กอปรกับการบริหารอัตราดอกเบี้ยดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 910 ล้านบาท ลดลง 14% YoY และ 8% QoQ เนื่องจากมีกิจกรรมทางการเงินในตลาดทุนน้อยลง อีกทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจลดลง และ KPP รายงานขาดทุนพิเศษจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 163 ล้านบาท และขาดทุนจากการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 47 ล้านบาทในไตรมาส 2/60

KKP ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ เพียง 456 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 2/60 ลดลง 26% YoY แต่สูงขึ้น 173% QoQ โดยเราประเมินไว้ก่อนหน้าที่ 300 ล้านบาท สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อทั้งหมดสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.8% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2560 จากเดิม 5.6% ในสามเดือนก่อนหน้าขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 104% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2560 จากเดิม 110% ในสามเดือนก่อนหน้า สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 1.11 หมื่นล้านบาท ณ สิ้น เดือน มิ.ย. สูงขึ้นเล็กน้อย 6.9% QoQ

แนวโน้ม

เราคาด KKP จะรายงานกำไรเติบโตในระดับกลางๆ YoY ในไตรมาส 3/60 หนุนโดยสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง, บริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ดี และการตั้งสำรองฯ ค่าเผื่อหนี้สูญลดลง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เนื่องจากมีขาดทุนพิเศษจากอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดได้จากหนี้สูญ และการด้อยค่าของสินทรัพย์ในไตรมาส 2/60 เราจึงปรับลดรายได้จากการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปี 2560 ลงมาอยู่ที่ 300 ล้านบาท จากเดิม 500 ล้านบาท ดังนั้นประมารกาณกำไรปี 2560 ของเราจึงลดลงมาอยู่ที่ 6 พันล้านบาท ลดลง 3%

คำแนะนำ

การปรับลดกำไรทำให้เราปรับลดราคาเป้าหมายของ KKP ลง 8% เหลือ 78 บาท อิงกับเป้าหมาย P/BV ที่ 1.4x. ทั้งที่เราปรับประมาณการกำไร KKP ลงเรายังมีมุมมองเชิงบวกกับผลประกอบการในครึ่งหลังปี 2560 และปีหน้าจากแนวโน้มสินเชื่อและภาวะตลาดทุนที่ดีขึ้น นอกจากนี้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ในระดับสูง ที่ 17.5% เพียงพอแก่กกาจ่ายเงินปันผลในระดับสูงที่ 6 บาทเท่าปีก่อน ทำให้ผลตอบแทนเงินปันผล KKP อยู่ที่ 8.6% สูงสุดในหุ้นธนาคารทั้งกลุ่ม เราคงคำแนะนำการลงทุน ซื้อ KKP ในฐานะหุ้น
ปันผลเด่น