“ทริพเพิล ไอ”ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าครบวงจร
บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (III) ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าภายในประเทศและระหว่างประเทศทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก รวมถึงการให้บริการด้านพิธีศุลกากร โดยบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อนำไปขยายคลังสินค้าในสนามบิน และคลังสินค้าอันตราย เพิ่มจำนวนรถบรรทุก และเป็นเงินทุนหมุนเวียนโดยฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว5บาทสำหรับปี 2561
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
- III : ให้บริการขนส่งสินค้าครบวงจรทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก : ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม 1) ธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศซึ่งเป็นตัวแทนขายระวางให้แก่สายการบินต่างๆ อาทิ ไทยแอร์เอเชีย เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 68% 2) ธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 22% 3) ธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 6% และ 4) ธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบกคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 4%
- บริษัทเป็นตัวแทนการขายระวางแต่เพียงผู้เดียวของสายการบินไทย แอร์เอเชีย และไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ : กลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศสร้างรายได้หลักให้แก่บริษัทมาตั้งแต่ปี 57-59 มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 54% ของรายได้ในปี 57 สู่ระดับ 68% ของรายได้ในปี 59 โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 51%ตามการขยายตัวของสายการบินไทย แอร์เอเชีย และไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ที่มีการเปิดเที่ยวบินต่อปีเฉลี่ย 36 เที่ยวบินต่อวันซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่และน้ำหนักในการจำหน่ายระวางขนส่งสินค้าของบริษัท เนื่องจากบริษัทเป็นตัวแทนการขายระวางในการขนส่งสินค้าแต่เพียงผู้เดียวของสายการบินไทย แอร์เอเชียและไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์
- คาดกำไรปกติปี 60 เติบโต 78%YoYและเติบโต11%YoYในปี 61: ฝ่ายวิจัยคาดรายได้ปี 60 เติบโต 24%YoYมาอยู่ที่ 2,540 ล้านบาทตามการเติบโตของรายได้ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศที่คาดว่าเติบโต 26%YoYสู่ระดับ 1.8 พันล้านบาทซึ่งเป็นการเติบโตตามการขยายเส้นทางการบินของสายการบินไทย แอร์เอเชียส่งผลให้มีพื้นที่ขนสินค้าเพิ่มขึ้น และการเติบโตของรายได้ธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ที่คาดว่าจะเติบโต 13% ตามปริมาณการเช่าพื้นที่เก็บเคมีและสินค้าอันตรายที่เพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มขยายคลังสินค้าเพิ่มเติมในอนาคตขณะที่เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะปรับตัวขึ้นจาก 22.4%ในปี 59 เป็น 24.2%ในปี 60 ตามอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารสินทรัพย์มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจาก 18.3% มาอยู่ที่ 17.4% ส่งผลให้กำไรปี 60 อยู่ที่ราว 168ล้านบาทเติบโต 78%YoY และปี 61 เติบโต 11%YoY สู่ระดับ 187 ล้านบาทตามการเปิดเส้นทางการบินใหม่ของสายการบินไทย แอร์ เอเชีย และการขยายคลังสินค้าสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์
- การประเมินมูลค่าหุ้น : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธีDiscounted Cash Flow (DCF) บนสมมติฐานอัตราการเติบโต (Terminal Growth) 4.4% ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ย (WACC) ได้ 9.98%ได้ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 5 บาทต่อหุ้น โดยคาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 2.0%ต่อปี






