วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ERW - ถือ

คาดกำไรโตดี แต่ขอพี่พักสักครู่

ประเด็นการลงทุน

เรามองว่าตอนนี้น่าจะเป็นเวลาเหมาะสมในการทำกำไร ERW หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วถึง 21% YTD ทำให้ราคาหุ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี และทำให้มูลค่าหุ้นหุ้นไม่ถูก โดยซื้อขายที่ PER ปี 2560 ขึ้นไปถึง 30.4 เท่าแล้ว ดังนั้นเรามองว่ากำไรหลักที่เราคาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดดขึ้น 30% ในปี 2560 นั้นก็ได้สะท้อนในราคาหุ้นมากแล้วพอสมควร เราจึงปรับลดคำแนะนำของเราจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” เนื่องจากเหลือโอกาสที่จะทำกำไรไม่มากจากราคาเป้าหมายใหม่ของเราในประมาณการใหม่ที่ 5.80 บาท ณ สิ้นปี 2560 ตามวิธีคิดลดกระแสเงินสด (เพิ่มขึ้นจาก 5.60 บาท เนื่องจากเรามีคาดการณ์กำไรที่เพิ่มขึ้น) อ้างอิงจากส่วนลด 40% ต่อตัวเลขจากการคิดแบบลดกระแสเงินสด (9.1% WACC; 2% terminal growth rate)


เพิ่มประมาณการกำไร

เราได้เพิ่มประมาณการกำไรหลัก 14% สำหรับปี 2560 และ 17% สำหรับปี 2560 เพื่อที่จะสะท้อนอัตรากำไรที่น่าจะขยายตัวได้มากกว่าที่คาด โดยล่าสุดเราคาดว่าอัตรากำไรหลักในครึ่งปีแรกของปีนี้จะเป็น 8.4% เพิ่มขึ้น 1.6% YoY (เทียบจากเดิมที่เราคาดว่าอัตรากำไรนี้จะทรงตัว) ดังนั้นการคาดการณ์กำไรหลักปี 2560 ของเราจึงเพิ่มขึ้นจาก 6.4% ไปเป็น 7.3% (เพิ่มขึ้น 1.1% YoY) ทั้งนี้การคาดการณ์การเติบโตของรายได้ยังคงอยู่ที่ 8% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของ ERW ที่ 10% สำหรับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจาก 79% ในปี 2559 ไปเป็น 80% ในปี 2560 โดยที่ปริมาณห้องรวมเติบโตไปอยู่ที่ 7,153 ห้องในสิ้นปี 2560


ส่องกำไรช่วงโลว์ซีซั่นดีสุดเป็นประวัติการณ์

บริษัทจะคงมีกำไรแม้ในช่วงโลว์ซีซั่นเม.ย.-ส.ค.แน่นอน (เปรียบเทียบกับมักจะขาดทุนจากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา) นอกจากนี้เราคาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรในช่วงโลว์ซี่ซั่น 2560 ที่เป็นตัวเลขกำไรหลักที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทเนื่องจากความมั่นคงทางการเมือง โดยเราคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องของสินทรัพย์เดิมแบบปกติในไตรมาสที่ 2/60 (ไม่รวม
โรงแรมชั้นประหยัด) จะเติบโต 6% YoY กระตุ้นโดยยอดเข้าพักที่เพิ่มขึ้น 1% (ไปเป็น 83%) และอัตราค่าห้องที่เพิ่มขึ้น 4% หากรวมโรงแรมชั้นประหยัด รายได้เฉลี่ยต่อห้องรวมในไตรมาสที่ 2/60 คาดจะลดลง 3% YoY เนื่องจากผลของส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (ดึงลงโดยอัตราค่าห้องที่ถูกลงจากโรงแรมราคาประหยัด) แต่อัตราเข้าพักเฉลี่ยจะยังเพิ่มขึ้นเป็น 80%
(เพิ่มขึ้นจาก 78% ในไตรมาสที่ 2/60) ดังนั้นเราคาดว่ากำไรหลักไตรมาสที่ 2/60 จะเป็น 42 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดดขึ้นจากเพียง 1 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2/59 (แต่ลง 80% QoQ จากกำไรหลักที่สูงทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ในไตรมาส 1/60 ที่ 208 ล้านบาท) ทั้งนี้เรายังคาดว่ากำไรหลักจะสามารถขยายตัวทั้ง YoY และ QoQ ได้ทั้งสองไตรมาสในตลอดครึ่งหลังของปี 2560

การเติบโตจำนวนห้องพักเป็นไปตามเป้า

เรามองว่าแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวโรงแรมใหม่หลายแห่งในปี 2560 จะมีผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากโรงแรมใหม่ๆอยู่ในกลุ่มราคาประหยัด ซึ่งมิได้มีต้นทุนมากอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ในปี 2560 นั้นบริษัทมั่นใจในการเปิดโรงแรมราคาประหยัดใหม่ 9 โรงแรม ทำให้ ERW จะมีจำนวนโรงแรมรวมทั้งหมดเป็น 50 โรงแรมภายในสิ้นปี 2560 โดยการเปิดโรงแรมใหม่ในปีนี้แบ่งเป็น โรงแรมราคาประหยัดใหม่ 1 แห่งที่เปิดในไตรมาสที่ 1/60 (ที่บุรีรัมย์) อีก 3 แห่งจะเปิดในไตรมาสที่ 2/60 (ระยอง เชียงราย และลำปาง) อีก 2 แห่ง ในไตรมาสที่ 3/60 (หัวหินและ มะกะตี ในประเทศฟิลิปปินส์) และอีก 3 ในไตรมาสที่ 4/60 (แม่สอด นครสวรรค์ และขอนแก่น) ทำให้จำนวนห้องพักเติบโต 13% YoY ในไตรมาสที่ 2/60 และ 16% YoY ในไตรมาสที่ 3/60 และ 12% ในไตรมาสที่ 4/60


แผนขยายธุรกิจแบบรุนแรงและเน้นหลากหลายในระยะยาว

ภายในสิ้นปี 2563 ERW ตั้งเป้าจะมีโรงแรม 90 แห่งโดยมีห้องทั้งหมดประมาณ 1 หมื่นห้อง กระจายทั้งในไทยและฟิลิปปินส์ โดยบริษัทเน้นขยายตัวไปยังโรงแรมราคาประหยัดและโรงแรมระดับกลาง 4 แห่ง (โนโวเทล Mercure, Ibis, และ Ibis สไตล์) โดยบริษัทคงตั้งเป้าหมายโรงแรมที่มิใช่ 5-ดาว จะคิดเป็นสัดส่วน 65% ของ EBITDA ของบริษัทรวมปี 2563 (เพิ่มขึ้นจาก 53% ในปี 2559) และ โรงแรมในพื้นที่นอกกรุงเทพฯ จะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 49% ในปี 2563 (จาก 34% ใน 2559)