คาดกำไรปี 60 +112.6%YoY จากขยายเรือและรับผลค่าระวางเรือขึ้น
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- AMA เจ้าของกองเรือ Clean Tankers รายใหญ่และผู้ขนส่งน้ำมันแก่ปั๊มน้ำมัน “PT” : บมจ. อาม่า มารีน (AMA) เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางทะเลด้วยเรือ Tankers ที่เป็น 1 ใน 3 รูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลซึ่งประกอบด้วย 1) เรือเทกอง (Dry Bulk) ขนส่งสินค้าเทกองแห้งอาทิ ถ่านหิน สินแร่เหล็ก 2) เรือคอนเทนเนอร์ (Container) ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และ 3) เรือบรรทุกสินค้าเหลว (Tankers) จึงกล่าวได้ว่า AMA เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเดินเรือ Tankers รายแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ AMA จัดอยู่ในกลุ่ม Clean Tankers ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ประเภทของเรือ Tankers กล่าวคือ ใช้ขนสินค้าเหลวที่มีความบริสุทธิ์หรือใช้ในการบริโภค อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิงกลั่นแล้วหรือน้ำมันพืช โดย AMA เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia : SEA) (72% ของรายได้) ด้วยกองเรือ ณ ปัจจุบัน (มิ.ย. 60) ทั้งหมด 9 ลำ รวมน้ำหนัก 69,980 DWT ปัจจุบันขนส่งน้ำมันปาล์มเกิน 90% ของกำลังการให้บริการแก่ผู้ผลิตน้ำมันปสล์มชั้นนำของโลก คือ อินโดนีเซีย และมาเลเซียเป็นหลัก และยังมีธุรกิจรองซึ่งเป็นบริษัทลูกชื่อ AMAL (AMA ถือหุ้น 100%) ให้บริการรถบรรทุกขนส่งน้ำมันแก่ PTG ผู้ให้บริการปั๊มน้ำมัน “PT” (28% ของรายได้) ด้วยกองรถบรรทุกทั้งสิ้น 125 คัน ปริมาตรบรรจุต่อคันที่ 45,000 ลิตร รวม 5.63 ล้านลิตร
- การขยายกองเรือเชิงรุกและระดับ Utilize เกิน 90% หนุนรายได้ในอนาคตเติบโต : ความต้องการบริโภคน้ำมันปาล์มที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในบริเวณที่บริษัทให้บริการ (ใช้ในอาหารจำพวก fast food และมีคุณสมบัติเฉพาะตัว) ตลอดจนแผนการขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง Wilmar และ Astra-KLK กอปรกับความสามารถในการรักษามาตรฐานในการขนส่งสินค้าทั้งความตรงต่อเวลาและการควบคุมการปนเปื้อนได้อย่างสม่ำเสมอนำไปสู่การเจรจาทำสัญญาเพิ่ม Order ใช้บริการอย่างต่อเนื่องก่อนนำไปเป็นแผนการขยายกองเรือของบริษัทในทุกๆครั้ง เป็นผลให้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า แผนการขยายกองเรือของ AMA ที่เกิดขึ้นจะมีระดับ Utilizeได้เกิน 90% ของกำลังการให้บริการเช่นเดียวกับในอดีต ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 60 จนถึงปัจจุบัน (YTD) AMA มีขนาดกองเรือเพิ่มขึ้นถึง 50%YTD และหากรวมการเข้าซื้อเรือครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 60 (รับมอบกลางเดือน ส.ค.) จะทำให้กองเรือ AMA เพิ่มขึ้นจากต้นปีถึง 78% หนุนแนวโน้มการเติบโตของรายได้ตั้งแต่ Q3 เป็นต้นไป
- ธุรกิจรถบรรทุกน้ำมันแม้เติบโตไม่หวือหวาแต่ยังมีโอกาสขยายอัตรากำไรจากฐานที่ต่ำ : สำหรับธุรกิจรถบรรทุกน้ำมันให้แก่ PTG เป็นการให้บริการภายใต้สัญญา 3 ฉบับ ที่มอบหมายให้ AMA เป็นผู้ขนส่งน้ำมันระหว่างโรงกลั่น Thaioil กับปั๊ม PT ครอบคลุมรถบรรทุกถึง 150 คัน (สัญญาระบุว่า PTG จะมีการใช้บริการจาก AMA ไม่ต่ำกว่า 80% ของกำลังการให้บริการทั้งหมด) ในขณะที่ล่าสุด AMA มีกองรถบรรทุกเพียง 125 คันเท่านั้น (สิ้นงวด 2Q60) จึงเชื่อว่า AMAL จะมีอัตราการใช้กำลังการให้บริการที่เกินกว่า สัญญาขั้นต่ำ ทั้งนี้ AMAL ยังมีโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการยังมีอีกค่อนข้างกว้าง โดยการเพิ่มสัดส่วนเที่ยวเดินรถแบบ Backhauling กล่าวคือ เป็นการเดินรถจากผู้ผลิตไบโอดีเซล B100 ไปยังโรงกลั่น Thaioil และเมื่อถ่ายน้ำมันเสร็จก็ขนน้ำมันต่อไปยังปั๊ม PT จากปัจจุบันที่คิดเป็น 10% ของเที่ยวเดินรถทั้งหมด
- มีประเด็นน่าสนใจจากการอ้างอิงถึงดัชนี Clean Tankers ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น YoY มีความสัมพันธ์เชิงบวกที่ชัดเจนอย่างมากกับค่าระวางเรือของบริษัท : ฝ่ายวิจัยได้ทำการศึกษา รายได้ค่าระวางเรือ Tankers ของ AMA ต่อ DWT ต่อ วัน เปรียบเทียบกับ ดัชนี Baltic Clean Tankers Index (BCTI Index) ในช่วงตั้งแต่ 1Q58 – 1Q60 โดยกำหนดให้มีการ Lag time กัน 1 ไตรมาส (อาทิ Index ในงวด 4Q59 ใช้เป็นตัวชี้วัดค่าระวางเรือในงวด 1Q60) พบว่ามีค่า Correlation สูงถึง 0.976 (อ้างอิงจาก กราฟด้านซ้ายมือ) กล่าวคือ มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันในระดับสูงมาก เป็นผลให้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าแม้กลยุทธ์ในการคิดค่าระวางเรือของบริษัท จะเป็นแบบ Cost Plus แต่บริษัทยังต้องมีการพึ่งพิง Broker เดินเรือในการเป็นตัวกลางจัดหาลูกค้า ซึ่งมีโอกาสสูงที่ Broker จะกำหนดค่าระวางเรืออ้างอิงกับตลาด ส่งผลให้เชื่อว่า AMA จะได้รับประโยชน์จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวและได้รวมไว้ในประมาณการของฝ่ายวิจัยแล้ว
- คาดกำไรปี 60 เติบโตก้าวกระโดดถึง 112.6%YoY รับผลบวกจากขนาดกองเรือที่เพิ่มขึ้นและคาดการณ์รายได้ค่าระวางเรือที่ขยับจากฐานต่ำ : ด้วยกลยุทธ์การขยายกำลังการให้บริการทางทะเลและบกของ AMA แบบเชิงรุกจากการจับจองของลูกค้ารายหลักดังกล่าวข้างต้น (ล่าสุด +78% จากต้นปี) บวกกับภาพรวมอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดีขึ้นสะท้อนจากดัชนี BCTI ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (YTD เฉลี่ย +20%YoY) เป็นผลให้ฝ่ายวิจัยคาดกำไรของปี 60 จะเติบโตโดดเด่นถึง 112.6%YoY มาอยู่ที่ 305 ล้านบาท จากรายได้รวมเติบโต 100%YoY ภายใต้สมมติฐานค่าระวางเรือเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้น 14.4%YoY ขณะที่กำหนดกำไรขั้นต้นที่ 27.8% ต่ำกว่าปีก่อนหน้าแบบอนุรักษ์นิยม สำหรับ ปี 61 คาดมีกองเรือเพิ่มขึ้นราว 31% จากสิ้นปี 60 และกองรถอีก 50 คัน กอปรกับผลบวกของกองเรือใหม่ในปี 60 ดำเนินงานเต็มปีเป็นปีแรก โดยรวมคาดการเติบของกำไรสุทธิต่อเนื่องอีก 42.8%YoY เป็น 437 ล้านบาท
- 2Q60 คาดกำไรโต 79%YoY จะเป็นเพียงก้าวแรกที่แสดงถึงการเติบโตในระดับสูงที่หนักแน่นในอนาคตอีกหลายไตรมาส : สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ 2Q60 ฝ่ายวิจัยคาดว่า จะเป็นก้าวแรกที่ AMA แสดงการเติบโตที่ชัดเจน ภายใต้กองเรือใหม่ตั้งแต่ต้นปีกว่า 33% จากทั้งหมดที่ 69,980 DWT อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนอย่างแข็งแกร่งจากดัชนี BCTI ที่ในงวด 1Q60 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 51.6%QoQ และ 14.9%YoY ขณะที่กำหนดสมมติฐานรายได้ค่าระวางเรืออย่างอนุรักษ์นิยม กล่าวคือ +25.8%QoQ และทรงตัว YoY เป็นผลให้คาดว่ารายได้รวมของ AMA จะเติบโตแรงถึง 101.9%YoY ขณะที่ยังคง Conservative ต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ 27.8% ต่ำกว่างวด 2Q59 ที่ 30.1% โดยรวมคาดกำไรสุทธิในช่วง 2Q60 เติบโต 79%YoY มาอยู่ที่ 73 ล้านบาท
- เริ่มต้นแนะนำ “ซื้อ” AMA ราคาเหมาะสม 26.80 บาท Upside 25.2% คาดหวังกำไรเติบโตแบบ QoQ อีกหลายไตรมาส : กำไรช่วงที่เหลือ เติบโตทั้ง QoQ และ YoY เป็นภาพเทรนด์ขาขึ้นไปอีกหลายไตรมาส หลังเรือใหม่ทยอยส่งผลบวกต่อบริษัท เต็มไตรมาส ฝ่ายวิจัยจึงเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” AMA โดยกำหนดมูลค่าพื้นฐานปี 60 อยู่ที่ 26.8 บาท อิง Prospective PER ที่ 37.8 เท่ายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่ 64 เท่าตั้งแต่เริ่มเข้าซื้อขายในตลาดฯ หรือคิดเป็นเพียง 0.33 เท่าของ PEG เท่านั้น มี Upside จูงใจ 25%








