บสก.ตั้งเป้าซื้อหนี้บริหาร"หมื่นล้าน" ยืนแผนงานเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ปรับรายละเอียดตามเกณฑ์ก.ล.ต.
บสก.เผยปีนี้มีแผนทุ่ม 1 หมื่นล้านรับซื้อหนี้มาบริหาร ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท แต่กำไรใกล้เคียงกัน หรืออยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท เปิดโครงการสุขใจได้บ้านคืนช่วยลูกหนี้รายย่อย
นายชูพงษ์ โภคะสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ บสก.(BAM) กล่าวว่า ปีนี้ บสก.มีแผนใช้เงินลงทุนรับซื้อหนี้เสียมาบริหาร ทั้งหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอ) จำนวน 1 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ากำไรสุทธิปีนี้ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท
“ผ่านมาครึ่งปี ก็ยังคิดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งผลการดำเนินงานปีนี้อยู่ในระดับที่ดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้การประนอมหนี้ รวมถึงการตัดสินใจเข้ามาซื้อเอ็นพีเอใช้เวลานานขึ้น โดยครึ่งปีแรกก็ใช้เงินต้นซื้อหนี้ไปแล้ว 5 พันล้านบาท”
ในปีนี้แนวโน้มธนาคารพาณิชย์ ยังขายหนี้เสียออกมาอย่างต่อเนื่อง จากเอ็นพีแอลโดยรวมที่ยังปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารพาณิชย์ พยายามรักษาระดับเอ็นพีแอลให้อยู่ 2% แต่ปัจจุบันบางธนาคารมีเอ็นพีแอลเกิน 4% หรือค่าเฉลี่ยในระบบอยู่ที่ 3% ส่วนการแข่งขันยังมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบริษัทไทย และต่างชาติ แต่ก็คงไม่ได้กระทบมากเพราะธุรกิจนี้ต้องใช้เงินทุนสูง และเข้ามาแล้วจะยังไม่สามารถออกได้ภายใน 3-4 ปี
สำหรับแผนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังคงเดิม แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะภายในปีนี้หรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมตัว ซึ่งจะต้องมีการปรับรายละเอียด ปรับวิธีการทำธุรกิจให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพราะปัจจุบันยังมีหลายหลักเกณฑ์ที่บริษัท ได้รับการยกเว้นจากทางการ
นายชูพงษ์ กล่าวว่า บสก.ได้เปิดตัวโครงการ สุขใจได้บ้านคืน เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยชำระหนี้และนำทรัพย์หลักประกัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยกลับคืนไปง่ายขึ้น ด้วยเงื่อนไขที่ดีกว่าเดิม ผ่อนปรนมากขึ้น สามารถชำระหนี้ในอัตรา 80% ของราคาประเมินหลักประกัน เลือกชำระครั้งเดียวหรือผ่อนชำระไม่เกิน 10 ปี ดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ของบสก.ตลอดเวลาการผ่อนชำระ
อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่เกินระยะเวลาบังคับคดี ส่วนคุณสมบัติของลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการต้องมีภาระหนี้เงินต้นต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาทและเป็นลูกหนี้ประเภทสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อบุคคลที่มีหลักประกันเป็นที่อยู่อาศัยรวมทั้งเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและไม่มีภาระหนี้บัญชีอื่น
ที่ผ่านมาบสก.ได้รับหนี้มาบริหารทั้งหมด 178,243 ราย ภาระหนี้เงินต้น 638,935 ล้านบาท ปัจจุบันคงเหลือลูกหนี้ที่อยู่ในความดูแล 76,254 ราย วงเงินรวม 437,082 ล้านบาท โดยมีจำนวนลูกหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือลูกหนี้ที่มีหลักประกันเป็นที่อยู่อาศัย ที่มีภาระเงินต้นไม่เกิน 5 ล้านบาท จำนวน 21,285 ราย ภาระหนี้เงินต้น 28,978 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30% ของหนี้ทั้งหมด ซึ่งตั้งเป้าหมาย มีลูกหนี้ในกลุ่มนี้เข้าร่วมโครงการประมาณ 10%
“นอกจากโครงการนี้ บริษัทยังมีแนวคิดจะช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่มีหลักประกันแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลในอีกทางหนึ่งในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในตอนนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ลูกหนี้ที่เข้าโครงการได้ทั้งในส่วนของโครงการสุขใจได้บ้านคืนและโครงการช่วยลูกหนี้ไม่มีหลักประกันจะต้องเป็นลูกหนี้ของบสก.เท่านั้น”






