วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (3 ก.ค.60)

ราคาน้ำมันฟื้นแต่หุ้นพลังงานอาจจะถูกงบไตรมาส 2/60 ถ่วง

ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้นกว่า 2% อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มว่าหุ้นกลุ่มพลังงานอาจไม่ได้รับแรงหนุนเชิงบวกหรืออาจเคลื่อนไหวแย่กว่าตลาดในระยะสั้นจากปัจจัยของการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/60 ที่ส่วนใหญ่จะมีการบันทึกผลขาดทุนจากสต็อคน้ำมันถ่วงผลการดำเนินงาน เราคงมุมมองระวังต่อการขายทำกำไรในหุ้นโลกโดยเฉพาะหลัง Window dressing และยังมองครึ่งปีหลัง กลุ่มหุ้นบริโภคในประเทศเด่นกว่ากลุ่มที่ได้ประโยนชน์จากปัจจัยภายนอกอย่าง ทั้งนี้นักลงทุนควรเน้นหุ้นพื้นฐานดีที่ไม่แพง และทนต่อความผันผวนของตลาดในช่วง 1 เดือนข้างหน้าได้ โดยเรามองหาจังหวะทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร บันเทิง และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ขณะที่สามารถเลือกลงทุนหุ้นปิโตรเคมีที่จะเป็นบวกจากราคาพลังงานที่ทรงตัว โดยเราชอบ IRPC ที่สุด

ตลาดกลับมาเป็นลบหลังต่ำกว่า 1578 ชะลอหรือลดขนาดการเก็งกำไรหากหลุด 1570 จุด การเก็งกำไรเลือกหุ้นที่ยัง Laggard และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง // หุ้นแนะนำ MAJOR, SCB, RATCH //เก็งกำไร ERW, SVOA*

ประเด็นการลงทุน

คาดกนง.คงดอกเบี้ย1.50% - การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 5 ก.ค.60 เราคาดกนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไป

การประมูลพลังงานทดแทนอาจล่าช้า - กระทรวงพลังงานเตรียมปรับแผนบูรณาการพลังงานระยะยาวปี 2558-2579 ที่ประกอบด้วย 5 แผน ส่งผลให้มีความจำเป็นที่ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ต้องเตรียมทบทวนนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in tariff (FiT) ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จปีนี้เพื่อใช้ในปี 2561 เราคาดเป็นปัจจัยลบทางจิตวิทยาต่อหุ้นพลังงานทดแทน เนื่องจากมีโอกาสที่ผลตอบแทนการพัฒนาโครงการจะลดลงจากการลด FiT และการทบทวนทำให้โครงการประมูลล่าช้าจากปลายปี 60 ไปเป็นปี 61

พรก.แรงงานต่างด้านใหม่ – เราประเมิน พ.ร.ก.ต่างด้าวฉบับใหม่ เป็นจิตวิทยา “เชิงลบ” ต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยกลุ่มรับเหมามีโอกาสกระทบเนื่องจากต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ขณะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อาจมีความกังวลต่อต้นทุนการพัฒนษโครงการสูงขึ้นจากการที่ผู้รับเหมาอาจขอเพิ่มค่าแรง

การขึ้นทะเบียน OTT – เราคาดไม่มีผลกระทบมากนักต่อการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ตามอาจกระทบเชิงจิตวิทยาต่อผู้ประกอบการที่มีฐานผู้ชมทางเฟซบุ๊คและ Youtube สูงอย่าง WORK //สำหรับกลุ่มบันเทิงเราชอบ MAJOR ที่คาดจะรายงานผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง ขณะที่เรามองหาโอกาสทยอยสะสม MONO ที่ Tuenaround แม้ผลงานไตรมาส 2/60 อาจถูกถ่วงจากธุรกิจภาพยนต์

โภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้นกว่า 2% โดยฟื้นขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ยาวนานที่สุดใน 6 เดือนที่ผ่านมา หลังจากตัวเลขแท่นขุดเจาะลดลง 2 แท่นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ม.ค.60 ขณะที่สัญญา WTI Option มีสถานะ Long มากกว่า Short อยู่ราว 8 เท่า อาจสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาน้ำมันช่วงสั้น

สำหรับปัจจัยติดตามที่สำคัญ: 5 ก.ค. – ประชุมกนง. / ก.ค. – อนุมัติเงินกู้งวดใหม่ให้กรีซ / ภายใน 20 ก.ค. – ผลประกอบการไตรมาส 2/60 กลุ่มธนาคารพาณิชย์
แนวรับ 1570/แนวต้าน : 1578 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)

หุ้นแนะนำ

• MAJOR (38.75) : ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 โดดเด่นที่สุดในกลุ่มบันเทิง และคาดทำสถิติสูงสุดของปีจากหน้าภาพยนต์ที่แข็งแกร่ง ผลดีจากการฟื้นตัวของการบริโภค และการขยายโรงภาพยนต์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจะเริ่มเห็นผลชัดเจน

• SCB (172) : เราคงมุมมองเชิงบวกต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจประกันภัย คาดกำไรไตรมาส 2/60 ไม่โดนผลกระทบจากการตั้งสำรองพิเศษ และไม่มีความเสี่ยงจากการตั้งสำรองกรณีตั๋วเงินผิดนัดชำระช่วงนี้

• RATCH (62) : ได้รับการบรรจุเข้า SET50 มีผล 2H60 และผลการดำเนินงาน 2Q60 ดีขึ้นจากโรงไฟฟ้าหงสา, อยู่ระหว่างศึกษาการเข้าซื้อโครงการพลังงานต่างแดน คาดว่าจะได้ข้อสรุป 3Q60

• หุ้นมีประเด็น: ERW (ยืนยันการฟื้นตัวจากคาดผลการดำเนินงานคาดมีกำไรเป็นบวกทุกไตรมาสเป็นปีแรก) / SVOA* (ผลประกอบการมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากการลงทุนของกลุ่มธนาคารและผลการดำเนินงานของบริษัทลูกทั้ง IT และ LIT ที่โดดเด่น)