ราคาน้ำมันดิบทรงตัวต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับลดลง
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (3 ก.ค. – 7 ก.ค. 60)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดจะทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับลดลงหลังโรงกลั่นยังคงอัตราการกลั่นในระดับสูงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่คาดว่าจะปรับลดลง ประกอบกับ กลุ่มโอเปคและนอกโอเปคยังคงเดินหน้าลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคายังคงเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดที่ยังคงไม่คลี่คลายในเร็วนี้ หลังคาดการณ์ปริมาณการผลิตของสหรัฐ จะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและการผลิตในพื้นที่อ่าวเม็กซิโกคาดว่าจะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ หลังผลกระทบจากพายุฤดูร้อน Cindy เริ่มคลี่คลายลง นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียและไนจีเรียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังส่งผลกดดันต่อราคาต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับตัวลดลง เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐ มีแนวโน้มคงอัตราการกลั่นในระดับสูงต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ จากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียที่คาดว่าจะปรับลดลง เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนของตะวันออกกลาง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชซิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 3 แสนบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 60.83 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 1 แสนบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 509.2 ล้านบาร์เรล
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ประมาณ 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปสู่ระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องกว่า 23 สัปดาห์ติดต่อกันมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่ เม.ย. 58 อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ได้ปรับลดปริมาณการผลิตลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ มค. 60 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้ โดย Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด 30 มิ.ย. 60 ปรับลดลง 2 แท่น มาอยู่ที่ 756 แท่น
- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังคงส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียและลิเบีย ซึ่งได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิต มีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่อง โดยไนจีเรียคาดจะกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้มากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. นี้ ซึ่งระดับดังกล่าวเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 17 เดือน ในขณะที่ปริมาณการผลิตของลิเบียจะเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ก่อนเป้าหมายว่าจะสู่ระดับดังกล่าวในสิ้นเดือน ก.ค.
- ติดตามการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 24 ก.ค. ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมหรือกำหนดเพดานการผลิตของลิเบียหรือไนจีเรีย เพื่อสนับสนุนราคาน้ำมันดิบเพิ่มเติมหรือไม่ หลังราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคจะสามารถตกลงขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตไปสิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 แทนระยะเวลาเดิมที่สิ้นสุดในเดือน มิ.ย. 60 หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ลิเบีย และไนจีเรียได้ปรับเพิ่มขึ้นเกินคาด
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตและบริการจีน ดัชนีภาคการผลิตและบริการยูโรโซน ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐ อัตราการว่างงานสหรัฐ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 มิ.ย. – 30 มิ.ย. 60)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 3.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 46.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 2.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 47.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากแรงซื้อของนักเก็งกำไรหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงและปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนในสัปดาห์ก่อนหน้า นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในตะกร้าหลัก ส่งผลให้น้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในสกุลเงินสหรัฐ มีราคาถูกลงและมีความต้องการมากขึ้น ในขณะที่ การปรับลดลงของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ราว 100,000 บาร์เรลต่อวัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนราคาน้ำมันดิบ
-----------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999






